มัทธิว บทเรียนที่ 29 “จัดเตรียมปัสกา”

มารีย์ชโลมพระบาท

มัทธิว บทเรียนที่ 29 “จัดเตรียมปัสกา”

มนุษย์คิดแผนการ พระเจ้าควบคุม (มัทธิว 26:1-29) 296

1เมื่อ​พระ‍เยซู​ตรัส​ถ้อย‍คำ​เหล่า‍นี้​เสร็จ​แล้ว จึง​ตรัส​กับ​บรร‌ดา​สาวก​ของ​พระ‍องค์​ว่า 2“พวก‍ท่าน​รู้​อยู่​ว่า​อีก​สอง​วัน​จะ​ถึง​เทศ‌กาล​ปัส‌กา และ​บุตร‍มนุษย์​จะ​ถูก​มอบ​ตัว​ให้​เอา​ไป​ตรึง​ที่​กาง‌เขน” 3เวลา‍นั้น ​พวก​หัว‍หน้า​ปุ‌โร‌หิต​และ​บรร‌ดา​ผู้‍ใหญ่​ของ​ประ‌ชา‍ชน​มา​ประ‌ชุม​กัน ​ที่​สำนัก​ของ​มหา‍ปุ‌โร‌หิต​ที่​ชื่อ​ว่า​คา‌ยา‌ฟาส 4เขา‍ทั้ง‍หลาย​ปรึก‌ษา​กัน​ที่​จะ​จับ​พระ‍เยซู​ด้วย​อุบาย ​และ​เอา​ไป​ฆ่า​เสีย 5แต่​เขา​พูด​กัน​ว่า “อย่า​เพิ่ง​ทำ​ใน​ช่วง‍เทศ‌กาล​เลย มิ‍ฉะนั้น​ประ‌ชา‍ชน​จะ​เกิด​ความ​วุ่น‍วาย”

6ใน​ระหว่าง​ที่​พระ‍เยซู​ประ‌ทับ​อยู่​ที่​หมู่​บ้าน​เบ‌ธา‌นี​ใน​บ้าน​ของ​ซี‌โมน​คน​เคย​เป็น​โรค‍เรื้อน 7มี​หญิง​คน​หนึ่ง​ถือ​ขวด​น้ำ‍มัน‍หอม​ราคา​แพง​มาก​มา‍หา​พระ‍องค์ แล้ว​เท​น้ำ‍มัน​นั้น​บน​พระ‍เศียร​ของ​พระ‍องค์​ขณะ​พระ‍องค์​ประ‌ทับ​และ​เสวย​อาหาร 8เมื่อ​สาวก​ทั้ง‍หลาย​ของ​พระ‍องค์​เห็น​ก็​ไม่​พอ‍ใจ จึง​พูด​ว่า “ทำไม​ต้อง​สิ้น‍เปลือง​อย่าง‍นี้?  9น้ำ‍มัน‍หอม​นี้​ถ้า​ขาย​ก็​ได้​เงิน​จำ‌นวน​มาก แล้ว​เอา​ไป​แจก​คน​ยาก‍จน​ได้” 10พระ‍เยซู​ทรง​ทราบ​จึง​ตรัส​กับ​เขา‍ทั้ง‍หลาย​ว่า “กวน​ใจ​หญิง​คน​นี้​ทำไม? นาง​ได้​ทำ​ความ​ดี​ต่อ​เรา 11เพราะ‍ว่า​คน​ยาก‍จน​มี​อยู่​กับ​ท่าน‍ทั้ง‍หลาย​เสมอ​แต่​เรา​ไม่‍ได้​อยู่​กับ​ท่าน​เสมอ​ไป 12การ​ที่​หญิง​นี้​เท​น้ำ‍มัน‍หอม​บน​กาย​เรา​ก็​เพื่อ​เตรียม​การ​ฝัง‍ศพ​ของ​เรา 13เรา ​บอก​ความ​จริง​กับ​ท่าน‍ทั้ง‍หลาย​ว่า สิ่ง​ที่​หญิง​คน​นี้​ทำ​จะ​ถูก​กล่าว‍ขวัญ​ถึง​ทั่ว‍โลก​ที่​มี​การ​ประ‌กาศ​ข่าว‍ประ‌เสริฐ​นี้ เพื่อ​เป็น​การ​ระลึก‍ถึง​นาง”

14เวลา​นั้น​คน​หนึ่ง​ใน​สาวก​สิบ‍สอง​คน​ชื่อ​ยู‌ดาส​อิส‌คา‌ริ‌โอท​ไป​หา​พวก​หัว‍หน้า​ปุ‌โร‌หิต 15บอก​ว่า “ถ้า​ข้าพ‌เจ้า​มอบ​ตัว​เขา​ให้​พวก‍ท่าน ท่าน​จะ​ให้​ข้าพ‌เจ้า​เท่า‍ไหร่?” พวก‍เขา​ก็​ให้​เงิน​ยู‌ดาส​สาม‍สิบ​เหรียญ 16ตั้ง‍แต่​นั้น​มา ยู‌ดาส​คอย​หา​ช่อง​ที่​จะ​ทรยศ​พระ‍องค์

17ใน​วัน‍แรก​ของ​เทศ‌กาล​กิน​ขนม‍ปัง‍ไร้‍เชื้อ​ บรร‌ดา​สาวก​มา​ทูล​ถาม​พระ‍เยซู​ว่า “จะ​ให้​พวก‍ข้า‍พระ‍องค์​เตรียม​ปัส‌กา​ให้​พระ‍องค์​เสวย​ที่​ไหน?” 18พระ‍องค์ ​ตรัส​ตอบ​ว่า “จง​เข้า​ไป​ใน​เมือง​หา​คน​ผู้‍หนึ่ง แล้ว​บอก​เขา​ว่า ‘อา‌จารย์​พูด​ว่า “กำ‌หนด​เวลา​ของ​เรา​มา​ใกล้​แล้ว เรา​จะ​ถือ​ปัส‌กา​ที่​บ้าน​ของ​ท่าน​พร้อม​กับ​สาวก​ทั้ง‍หลาย​ของ​เรา” 19พวก​สาวก​จึง​ทำ​ตาม​ที่​พระ‍เยซู​ตรัส‍สั่ง และ​เตรียม​ปัส‌กา​ไว้​พร้อม 20พอ‍ถึง​เวลา​พลบ‍ค่ำ พระ‍องค์​ประ‌ทับ​และ​เสวย​อาหาร​กับ​สาวก​สิบ‍สอง​คน 21เมื่อ​รับ‍ประ‌ทาน​กัน​อยู่ พระ‍องค์​ตรัส​ว่า “เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​ท่าน‍ทั้ง‍หลาย​ว่า คน​หนึ่ง​ใน​ท่าน​จะ​ทรยศ​เรา” 22พวก​สาวก​ก็​พา​กัน​เป็น​ทุกข์ ต่าง‍คน‍ต่าง​เริ่ม​ทูล​ถาม​พระ‍องค์​ว่า “องค์‍พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า คือ​ข้า‍พระ‍องค์​หรือ?” 23พระ‍องค์​ตรัส​ตอบ​ว่า “คน​ที่​เอา​มือ​จิ้ม​ลง‍ใน​ชาม​เดียว‍กัน​กับ​เรา​นั่น​แหละ คือ​คน​ที่​จะ​ทรยศ​เรา 24บุตร‍มนุษย์ จะ​ต้อง​ไป​ตาม​ที่​เขียน​ไว้​เกี่ยว‍กับ​ท่าน แต่​วิบัติ​มี​แก่​คน​ที่​ทรยศ​บุตร‍มนุษย์ ถ้า​คน​นั้น​ไม่‍ได้​เกิด​มา​ก็​จะ​ดี​กว่า” 25ยู‌ดาส​คน​ที่​ทรยศ​พระ‍องค์​ทูล​ว่า “พระ​อา‌จารย์ คือ​ข้า‍พระ‍องค์​หรือ?” พระ‍องค์​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า “ท่าน​ว่า​ถูก​แล้ว”

26ระหว่าง ​รับ‍ประ‌ทาน​อยู่​นั้น พระ‍เยซู​ทรง​หยิบ​ขนม‍ปัง​ขึ้น​มา และ​เมื่อ​ขอ​พระ‍พร​แล้ว ก็​ทรง​หัก​ส่ง​ให้​บรร‌ดา​สาวก​ตรัส​ว่า “จง​รับ​ไป​กิน​เถิด นี่​เป็น​กาย​ของ​เรา” 27แล้ว​พระ‍องค์​ทรง​หยิบ​ถ้วย เมื่อ​ขอบ‍พระ‍คุณ​แล้ว ก็​ทรง​ส่ง​ให้​พวก‍เขา​ตรัส​ว่า “จง​รับ​ไป​ดื่ม​ทุก‍คน​เถิด 28เพราะ‍ว่า​นี่​เป็น​โลหิต​ของ​เรา​อัน​เป็น​โลหิต​แห่ง​พันธ‌สัญญา​ที่​หลั่ง​ออก​เพื่อ​ยก​บาป​โทษ​คน​จำ‌นวน​มาก 29เรา​บอก​ท่าน‍ทั้ง‍หลาย​ว่า เรา​จะ​ไม่​ดื่ม​จาก​ผล​ของ​เถา‍องุ่น​นี้​อีก‍ต่อ‍ไป​จน‍กว่า​จะ​ถึง​ วัน‍นั้น ที่​เรา​จะ​ดื่ม​กับ​พวก‍ท่าน​อีก​ใน​แผ่น‍ดิน​แห่ง​พระ‍บิดา​ของ​เรา” 30เมื่อ​ร้อง‍เพลง​สรร‌เสริญ​แล้ว เขา‍ทั้ง‍หลาย​ก็​พา​กัน​ไป​ที่​ภูเขา​มะกอก‍เทศ” (มัทธิว 26:1-29)  297

คำนำ

มีคนมากมายมองการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ว่าเป็นอุบัติเหตุที่น่าเศร้า และมองว่าพระองค์ทรงตกเป็นเหยื่อ ผมไม่ทราบว่าความคิดนี้มาจากไหน  ที่แน่ๆไม่ได้มาจากพระกิตติคุณ ผู้เขียนหนังสือพระกิตติคุณต่างระมัดระวังในการบันทึกเรื่องการสิ้นพระชนม์ ไม่ใช่เป็นเพียงตามพระประสงค์ของพระเจ้า และพระประสงค์ของพระเยซูพระผู้ช่วยให้รอด แต่เป็นสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำ แม้ถูกต่อต้านอย่างมีนัยสำคัญ ผมจึงอยากให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ เนื้อหาไม่ใช่เป็นการรวบรวมเรื่องราวต่างๆที่ไม่เกี่ยวข้องมารวมไว้ด้วยกัน แต่เป็นการบันทึกและเรียบเรียงอย่างระมัดระวัง เพื่อแสดงถึงอำนาจการครอบครองของพระเยซูที่นำไปสู่ความตายตามที่คำพยากรณ์ และตามพระประสงค์ของพระเจ้า

มัทธิว 26:1-5
ในความตึงเครียด: บางสิ่ง หรือบางคน ต้องลงมือ

1เมื่อ​พระ‍เยซู​ตรัส​ถ้อย‍คำ​เหล่า‍นี้​เสร็จ​แล้ว จึง​ตรัส​กับ​บรร‌ดา​สาวก​ของ​พระ‍องค์​ว่า  2“พวก‍ท่าน​รู้​อยู่​ว่า​อีก​สอง​วัน​จะ​ถึง​เทศ‌กาล​ปัส‌กา และ​บุตร‍มนุษย์​จะ​ถูก​มอบ​ตัว​ให้​เอา​ไป​ตรึง​ที่​กาง‌เขน” 3เวลา‍นั้น ​พวก​หัว‍หน้า​ปุ‌โร‌หิต​และ​บรร‌ดา​ผู้‍ใหญ่​ของ​ประ‌ชา‍ชน​มา​ประ‌ชุม​กัน ​ที่​สำนัก​ของ​มหา‍ปุ‌โร‌หิต​ที่​ชื่อ​ว่า​คา‌ยา‌ฟาส  4เขา‍ทั้ง‍หลาย​ปรึก‌ษา​กัน​ที่​จะ​จับ​พระ‍เยซู​ด้วย​อุบาย ​และ​เอา​ไป​ฆ่า​เสีย 5แต่​เขา​พูด​กัน​ว่า “อย่า​เพิ่ง​ทำ​ใน​ช่วง‍เทศ‌กาล​เลย มิ‍ฉะนั้น​ประ‌ชา‍ชน​จะ​เกิด​ความ​วุ่น‍วาย” (มัทธิว 26:1-5)

พระเยซูทรงประกาศถึงการสิ้นพระชนม์ของพระองค์

สองข้อแรกของมัทธิว 26 พระเยซูทรงประกาศถึงการสิ้นพระชนม์ที่ใกล้เข้ามา อย่าลืมว่ามัทธิวต้องการให้เราจดจำถ้อยคำเหล่านี้ที่ต่อจากคำพยากรณ์ถึงวันสิ้นยุคบนภูเขามะกอกเทศในบทที่ 24 และ 25 ผมเชื่อว่าพระเยซูต้องการให้เรามองเห็นการเสด็จสู่กางเขนในภาพแผนการที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์ตามที่ทรงวางกรอบให้เห็น กางเขนเป็นส่วนของแผนการทั้งหมดในการไถ่มนุษยชาติที่ล้มลง และเพื่อถวายพระสิริแด่พระองค์

อย่าลืมว่าเมื่อพระเยซูตรัสถึงการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ พระองค์ตรัสในสิ่งที่ดูเหมือนสาวกทราบดี  “พวก‍ท่าน​รู้​อยู่​ว่า​อีก​สอง​วัน​จะ​ถึง​เทศ‌กาล​ปัส‌กา และ​บุตร‍มนุษย์​จะ​ถูก​มอบ​ตัว​ให้​เอา​ไป​ตรึง​ที่​กาง‌เขน” (ข้อ 2) เรื่องการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูอาจหลอนอยู่ในใจของสาวกมาสักระยะ คิดถึงก่อนหน้าที่มีความพยายามสังหารพระองค์ เช่น เฮโรดแสวงชีวิตพระองค์ตั้งแต่ยังเป็นทารก (มัทธิว 2) หลังจากที่พระเยซูทรงรักษาชายมือลีบ พวกฟาริสีต่างก็วางแผนจะฆ่าพระองค์ (มัทธิว 12:14) เมื่อพระเยซูตรัสว่าทรงเป็นพระเมสซิยาห์ในธรรมศาลาที่นาซาเร็ธ ทรงกล่าวถึงความรอดที่นำไปให้คนต่างชาติ และชาวยิวด้วย เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฝูงชนพยายามผลักพระองค์ลงจากหน้าผาเนินเขา (ลูกา 4:28-29) พระเยซูทรงใช้เวลาพอสมควรที่กาลิลี เพราะพวกยิวในยูเดียหาทางจะฆ่าพระองค์ (ยอห์น 7:1) เมื่อตัดสินใจไปเบธานี  ที่ๆลาซารัสตาย พวกสาวกต่างก็รู้ว่าเป็นพื้นที่อันตราย:

โธ‌มัส​ที่​เรียก‍ว่า “ดิ‌ดุ‌โมส” จึง​พูด​กับ​เพื่อน​สาวก​ว่า “ให้​เรา​ไป​ด้วย‍กัน​กับ​พระ‍องค์​เพื่อ​จะ​ได้​ตาย​กับ​พระ‍องค์” (ยอห์น 11:16)

พระเยซูทรงหมายถึงมากกว่าความพยายามที่จะสังหารพระองค์เมื่อตรัสว่าพวกสาวกรู้ว่าพระองค์จะต้องสิ้นพระชนม์  หลายโอกาสในมัทธิว พระเยซูตรัสเจาะจงถึงการสิ้นพระชนม์ที่กำลังใกล้เข้ามา:

ตั้ง‍แต่​เวลา​นั้น​มา พระ‍เยซู​ทรง​เริ่ม​เผย​แก่​บรร‌ดา​สาวก​ของ​พระ‍องค์​ว่า พระ‍องค์​จะ​ต้อง​เสด็จ​ไป​กรุง‍เย‌รู‌ซา‌เล็ม และ​จะ​ต้อง​ทรง​ทน‍ทุกข์​ทร‌มาน​หลาย​ประ‌การ​จาก​พวก​ผู้‍ใหญ่ พวก​หัว‍หน้า​ปุ‌โร‌หิต และ​พวก​ธรร‌มา‌จารย์ และ​ทรง​ถูก​ประ‌หาร​ชีวิต แต่​ใน​วัน‍ที่​สาม​พระ‍องค์​จะ​ทรง​เป็น​ขึ้น​มา​ใหม่ (มัทธิว 16:21)

เมื่อ​พระ‍องค์​กับ​บรร‌ดา​สาวก​ชุม‌นุม​กัน​อยู่​ใน​แคว้น​กา‌ลิ‌ลี พระ‍เยซู​ตรัส​กับ​เขา‍ทั้ง‍หลาย​ว่า “บุตร​มนุษย์​จะ​ต้อง​ถูก​มอบ​ไว้​ใน​มือ​คน‍ทั้ง‍หลาย” (มัทธิว 17:22)

18“ฟัง‍นะ พวก‍เรา​จะ​ขึ้น​ไป​ยัง​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม และ​บุตร‍มนุษย์​จะ​ถูก​มอบ​ไว้​กับ​พวก​หัว‍หน้า​ปุ‌โร‌หิต​และ​พวก​ธร ร‌มา‌จารย์ และ​พวก‍เขา​จะ​ลง‍โทษ​ท่าน​ถึง​ตาย 19ทั้ง​จะ​มอบ​ตัว​ท่าน​ไว้​กับ​พวก​ต่าง‍ชาติ​เพื่อ​ให้​เยาะ‍เย้ย เฆี่ยน‍ตี​และ​ตรึง​ไว้​ที่​กาง‌เขน และ​วัน‍ที่​สาม​จะ​เป็น​ขึ้น​มา​ใหม่” (มัทธิว 20:18-19)

ในมัทธิว 16:21 พระเยซูบอกกับสาวกว่าจะต้องทนทุกข์ทรมานและสิ้นพระชนม์ในเยรูซาเล็ม และจะคืนพระชนม์ขึ้นมาในวันที่สาม ทรงบอกด้วยว่าจะต้องทนทุกข์จากเงื้อมมือพวกผู้ใหญ่ หัวหน้าปุโรหิต และพวกธรรมจารย์  ในมัทธิว 17:22 พระเยซูทรงบอกด้วยว่าจะถูกทรยศ  ในมัทธิว 20:18-19 ทรงบอกด้วยว่าจะถูกมอบให้คนต่างชาติ และถูกตรึงบนกางเขน  สิ่งเหล่านี้พวกสาวก “ทราบดี” หรือรู้ล่วงหน้า เพราะพระเยซูทรงบอกพวกเขาแล้ว

ตอนนี้ในมัทธิว 26:1-2 พระเยซูทรงเน้นสาระสำคัญในการสิ้นพระชนม์ของพระองค์สองประการ  ประการแรกไม่ใช่เรื่องใหม่ – พระองค์จะถูกนำไปตรึงกางเขน ประการที่สอง – พระองค์จะถูกตรึงกางเขนในระหว่างเทศกาลปัสกา การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูจะเกิดขึ้นในไม่ช้า อีกไม่กี่วันข้างหน้า และจะสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เป็นการตายท่ามกลางสายตาผู้คน

การสมรู้ร่วมคิดของผู้นำชาวยิว (มัทธิว 26:3-5)

ตลอดเวลาที่ทำพระราชกิจบนโลก พระเยซูทรงถูกต่อต้านจากพวกธรรมาจารย์และฟาริสี แต่ตอนนี้คนยิวที่มีอำนาจที่สุดในอิสราเอลเข้ามารับหน้าที่ เรารู้ได้จากพระกิตติคุณยอห์น ไม่นานก่อนหน้า (หลังจากชุบชีวิตลาซารัส) พวกเขาสมคบกัน วางแผนจัดการพระองค์ และกำจัดความนิยมของพระองค์ที่เพิ่มมากขึ้นทุกที:

47ฉะนั้น​พวก​หัว‍หน้า​ปุ‌โร‌หิต​และ​พวก​ฟาริสี​ก็​เรียก​ประ‌ชุม​สมา‌ชิก‍สภา​แล้ว​พูด​กัน​ว่า “เรา​จะ​ทำ​อย่าง‍ไร​กัน​ดี เพราะ‍ว่า​ชาย​คน‍นี้​ทำ​หมาย‍สำคัญ​มาก‍มาย? 48ถ้า ​เรา​ปล่อย​ให้​เขา​ทำ​อย่าง‍นี้​ต่อ‍ไป ทุก‍คน​ก็​จะ​เชื่อ‍ถือ​เขา แล้ว​พวก​โร‌มัน​ก็​จะ​มา​ทำ‍ลาย​ทั้ง​พระ‍วิหาร​และ​ชาติ​ของ​เรา” 49แต่ ​คน​หนึ่ง​ใน​พวก‍เขา​ที่​ชื่อ​คา‌ยา‌ฟาส​ซึ่ง​เป็น​มหา‍ปุ‌โร‌หิต​ใน​ปี​ นั้น กล่าว​กับ​พวก‍เขา​ว่า “พวก‍ท่าน​ช่าง​ไม่​เข้า‍ใจ​อะไร​เลย 50ไม่​รู้​หรือ​ว่า​เป็น​การ​ดี​สำหรับ​พวก‍ท่าน​ที่​จะ​มี​คน​หนึ่ง​ตาย​เพื่อ​ประ‌ชา‍ชน แทน​ที่​จะ​ให้​คน​ทั้ง​ชาติ​ต้อง​พินาศ” 51เขา ​ไม่‍ได้​กล่าว​อย่าง​นั้น​ตาม​ความ​คิด​ของ​เขา​เอง แต่​เพราะ​เหตุ​ที่​เขา​เป็น​มหา‍ปุ‌โร‌หิต​ประ‌จำ‍การ​ใน​ปี​นั้น เขา​จึง​กล่าว​เป็น​คำ​พยา‌กรณ์​ว่า​พระ‍เยซู​จะ​สิ้น‍พระ‍ชนม์​แทน​ชน‍ชาติ ​นั้น 52และ​ไม่‍ใช่​แทน​ชาติ​ยิว​เท่า‍นั้น แต่​เพื่อ​รวบ‍รวม​ลูก​พระ‍เจ้า​ที่​กระ‌จัด‍กระ‌จาย​ให้​รวม​เข้า​เป็น​หนึ่ง​เดียว 53นับ‍ตั้ง‍แต่​วัน‍นั้น​พวก‍เขา​จึง​วาง‍แผน​ที่​จะ​ฆ่า​พระ‍องค์ (ยอห์น 11:47-53)

พระเยซูทรงได้รับความนิยมและมีอำนาจมากขึ้นในท่ามกลางผู้คน จนบรรดาผู้นำศาสนาเริ่มตระหนักว่าถ้าไม่หยุดไว้ ทุกคนจะพากันเชื่อพระองค์ เชื่อตามคำพยานว่าทรงเป็นพระเมสซิยาห์ พวกผู้นำศาสนารู้ดี ถ้าพระเยซูชนะใจผู้คน พวกเขาจะสูญเสียอำนาจ ความสำคัญ และสิทธิประโยชน์ต่างๆไป พวกโรมันจะปล่อยให้พวกยิวปกครองกันเองตราบที่พวกเขารักษากฎหมาย และรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย และพระเยซูดูจะเป็นภัยคุกคามต่อสถานะภาพของพวกเขา

ไม่มีใครนอกจากคายาฟาส มหาปุโรหิต ที่เสนอว่าพระเยซูต้องถูกฆ่า หลังจากการเสด็จเข้าสู่เยรูซาเล็มอย่างผู้พิชิต พระองค์เข้าไปยึดพื้นที่ในเยรูซาเล็มและพระวิหาร  พวกชนชั้นสูงต่างพากันหวั่นใจและวิตกว่าพระเยซูกำลังเป็นที่คุกคาม จึงสมคบกันวางแผนฆ่าพระองค์  ไม่แน่ใจว่าควรทำอย่างไร  แต่ก็เห็นด้วยกันในสิ่งหนึ่ง – ต้องไม่ทำให้ประชาชนลุกฮือ จึงสรุปกันว่าต้องจับกุมพระองค์ “อย่างลับๆ” คือแอบทำ (โดยไม่ให้ใครรู้เห็น) พวกเขาวางแผนโดยจะทำไม่ให้มีใครรู้ โดยเฉพาะฝูงชน  จึงทำให้ยังไม่กล้าฆ่าพระองค์ในระหว่างเทศกาลปัสกา เดี๋ยวจะเกิดจลาจลที่พวกเขากลัว จึงวางแผนจะจับกุมหลังเทศกาล (รวมถึงงานฉลองเทศกาลขนมปังไร้เชื้อ) จบลง

ผมเชื่อว่ามัทธิวกำลังปูคำพยากรณ์ของพระเยซูเรื่องการสิ้นพระชนม์ในแบบที่ตรงข้ามกับแผนการของผู้นำชาวยิว ในวังของคายาฟาส มหาปุโรหิต พวกเขาประชุมกันวางแผนฆ่าพระองค์ในแบบที่ไม่ให้ประชาชนลุกฮือและก่อการจลาจล แม้ยังไม่ได้ลงรายละเอียด ยังไม่ได้คิดจะใช้วิธีไหนเข้าถึงตัวพระองค์ หรือฆ่าแบบไหน ได้แต่สรุปว่าต้องฆ่าอย่างลับๆ ด้วยข้อหาขายชาติ และจำเป็นต้องทำอย่างเงียบเชียบด้วย ทุกสิ่งที่วางแผนต้องเป็นความลับที่สุด แปลว่าพระเยซูอาจไม่ได้สิ้นพระชนม์ที่บนกางเขน เพราะนั่นเป็นที่สาธารณะ วิธีที่เลือกใช้คือแบบปกติ “เอาหินขว้างให้ตาย”  ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดในธรรมบัญญัติเรื่องการหมิ่นประมาทพระเจ้า (เลวีนิติ 24:16, มัทธิว 26:65-66) รวมถึงการละเมิดในเรื่องอื่นๆที่พวกเขาคิด และพยายามจะจัดการพระองค์อยู่หลายหน (ยอห์น 8:59, 10:31, 11:8) ในความคิดของคนพวกนี้ไม่มีเรื่องตรึงกางเขนในหัว

สิ่งที่ยับยั้งพวกเขาประการที่สองคือผู้นำชาวยิวเห็นพ้องกันว่าไม่ควรฆ่าพระองค์ในช่วงเทศกาล (มัทธิว 26:5) เพราะจะทำให้ประชาชนลุกฮือเกิดการจลาจล เนื่องจากเทศกาลขนมปังไร้เชื้อจะจบลงในหนึ่งสัปดาห์ งานฉลองทั้งหมด (บวกสองวันก่อนวันงาน) ทำให้เนิ่นนานไปเกือบสองสัปดาห์

ในช่วงเวลาตึงเครียดนี้ พระเยซูบอกกับสาวกว่าพระองค์จะสิ้นพระชนม์ในเทศกาลปัสกา คือในอีกสองวันข้างหน้า พวกผู้นำชาวยิวต่างเห็นพ้องกันว่าจะไม่ฆ่าพระองค์จนกว่าใกล้สองสัปดาห์ พระเยซูตรัสว่าพระองค์จะถูกตรึงที่กางเขน และ (ก่อนหน้านั้น) พวกโรมันจะมีส่วนด้วย พูดอีกแบบ พระเยซูทรงบ่งว่าการสิ้นพระชนม์ของพระองค์จะเกิดในท่ามกลางผู้คน ในที่สาธารณะ เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน และถูกข่มเหง ผู้นำชาวยิวเสนอให้รอจนงานฉลองจบลง พระเยซูตรัสว่าพระองค์จะสิ้นพระชนม์ในช่วงเทศกาลปัสกา เป็นแกะถวายบูชาปัสกา

แผนการทั้งสองไม่อาจขัดแย้งกัน สิ่งที่พระเยซูบอกสาวกว่าจะเกิดขึ้น เป็นสิ่งที่ผู้นำชาวยิวตัดสินใจไม่ให้เกิดขึ้น ฝ่ายหนึ่งต้องไม่ได้ตามที่ตั้งใจ ต้องยอมให้แผนการอีกฝ่ายสำเร็จลง นี่เป็นสถานการณ์ตึงเครียดที่มัทธิวปูไว้ตอนต้นของเหตุการณ์ไปสู่กางเขน ท่านต้องการให้เราสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดนั้น ต้องการดึงความสนใจให้ผู้อ่านมองว่าแผนการไหนจะสำเร็จ และแผนไหนไม่สำเร็จ ถ้าพระเยซูต้องตายตามที่ตรัส (และตามคำพยากรณ์) พระองค์ต้องทำตรงข้ามกับแผนการและความพยายามของผู้นำชาวยิวที่มีอำนาจมากในเยรูซาเล็ม ทำให้ผมนึกถึงการพนันขันต่อระหว่างเอลียาห์และผู้เผยวจนะบาอัลบนภูเขาคารเมล หรือที่เรียกว่า “สงครามพวกเทพ”

ร่วมโต๊ะกับพระเยซู – นมัสการและเทิดทูน (มัทธิว 26:6-13)

6ใน​ระหว่าง​ที่​พระ‍เยซู​ประ‌ทับ​อยู่​ที่​หมู่​บ้าน​เบ‌ธา‌นี​ใน​บ้าน​ของ​ซี‌โมน​คน​เคย​เป็น​โรค‍เรื้อน 7มี​หญิง​คน​หนึ่ง​ถือ​ขวด​น้ำ‍มัน‍หอม​ราคา​แพง​มาก​มา‍หา​พระ‍องค์ แล้ว​เท​น้ำ‍มัน​นั้น​บน​พระ‍เศียร​ของ​พระ‍องค์​ขณะ​พระ‍องค์​ประ‌ทับ​และ​เสวย​อาหาร 8เมื่อ​สาวก​ทั้ง‍หลาย​ของ​พระ‍องค์​เห็น​ก็​ไม่​พอ‍ใจ จึง​พูด​ว่า “ทำไม​ต้อง​สิ้น‍เปลือง​อย่าง‍นี้?  9 น้ำ‍มัน‍หอม​นี้​ถ้า​ขาย​ก็​ได้​เงิน​จำ‌นวน​มาก แล้ว​เอา​ไป​แจก​คน​ยาก‍จน​ได้” 10พระ‍เยซู​ทรง​ทราบ​จึง​ตรัส​กับ​เขา‍ทั้ง‍หลาย​ว่า “กวน​ใจ​หญิง​คน​นี้​ทำไม? นาง​ได้​ทำ​ความ​ดี​ต่อ​เรา 11เพราะ‍ว่า​คน​ยาก‍จน​มี​อยู่​กับ​ท่าน‍ทั้ง‍หลาย​เสมอ​แต่​เรา​ไม่‍ได้​อยู่​กับ​ท่าน​เสมอ​ไป 12การ​ที่​หญิง​นี้​เท​น้ำ‍มัน‍หอม​บน​กาย​เรา​ก็​เพื่อ​เตรียม​การ​ฝัง‍ศพ​ของ​เรา 13เรา ​บอก​ความ​จริง​กับ​ท่าน‍ทั้ง‍หลาย​ว่า สิ่ง​ที่​หญิง​คน​นี้​ทำ​จะ​ถูก​กล่าว‍ขวัญ​ถึง​ทั่ว‍โลก​ที่​มี​การ​ประ‌กา ศ​ข่าว‍ประ‌เสริฐ​นี้ เพื่อ​เป็น​การ​ระลึก‍ถึง​นาง” (มัทธิว 26:6-13)

พวกเราที่อยู่ทางฝั่งตะวันตก และมีแนวคิดแบบเรียงเหตุการณ์ไปตามลำดับเวลา จึงทึกทักเอาเองว่าข้อ 6-13 เกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่พระเยซูตรัสข้อ 1-2 ที่จริงแล้วไม่เป็นแบบนั้น มัทธิวไม่ได้บอกเราถึงเวลาที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่ในพระกิตติคุณยอห์นมีรายละเอียดทำให้เข้าใจได้:

1ก่อน​ปัส‌กา​หก​วัน พระ‍เยซู​เสด็จ​มา​ถึง​หมู่‍บ้าน​เบ‌ธา‌นี​ซึ่ง​เป็น​ที่​อยู่​ของ​ ลา‌ซา‌รัส​ผู้​ที่​พระ‍องค์​ทรง​ให้​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย 2พวก‍เขา ​จัด‍งาน‍เลี้ยง​พระ‍องค์ มาร‌ธา​ก็​ปรน‌นิ‌บัติ​อยู่ และ​ลา‌ซา‌รัส​ก็​เป็น​คน​หนึ่ง​ที่​ร่วม​รับ‍ประ‌ทาน​อาหาร​กับ​พระ‍องค์ 3มา‌รี ย์​เอา​น้ำ‍มัน‍หอม​นาร‌ดา​บริ‌สุทธิ์​หนัก​ประ‌มาณ​ครึ่ง​กิโล‍กรัม ซึ่ง​มี​ราคา​แพง​มาก​มา​ชโลม​พระ‍บาท​พระ‍เยซู298  และ​เอา​ผม​เช็ด​พระ‍บาท​ของ​พระ‍องค์ เรือน​ก็​หอม‍ฟุ้ง​ไป​ด้วย​กลิ่น​น้ำ‍มัน​นั้น 4แต่​สาวก​คน​หนึ่ง​ของ​พระ‍องค์​ชื่อ​ยู‌ดาส​อิส‌คา‌ริ‌โอท (คน​ที่​จะ​ทรยศ​พระ‍องค์) พูด​ว่า 5“ทำไม​ไม่​เอา​น้ำ‍มัน​นั้น​ไป​ขาย​ได้​เงิน​ซัก​สาม‍ร้อย​เด‌นา‌ริ‌อัน แล้ว​แจก​ให้​กับ​คน‍จน?” 6เขา ​พูด​อย่าง​นั้น​ไม่​ใช่​เพราะ​เขา​เอา‍ใจ‍ใส่​คน‍จน แต่​เพราะ​เขา​เป็น​หัว‍ขโมย เขา​ถือ​กระ‌เป๋า​เก็บ​เงิน​และ​ยัก‍ยอก​เงิน​ที่​ใส่​ไว้​ใน​นั้น​ไป 7พระ‍เยซู​ตรัส​ว่า “อย่า​ห้าม​นาง​เลย ให้​นาง​เก็บ​น้ำ‍มัน​นี้​ไว้​จน‍ถึง​วัน​ฝัง‍ศพ​ของ​เรา 8เพราะ‍ว่า​มี​คน‍จน​อยู่​กับ​พวก‍ท่าน​เสมอ แต่​เรา​จะ​ไม่​อยู่​กับ​ท่าน​เสมอ” (ยอห์น 12:1-8)

อาหารมื้อนั้นเกิดก่อนเทศกาลปัสกาหกวัน ขณะที่พระเยซูตรัสในมัทธิว 26:1-2 สองวันก่อนเทศกาลปัสกา  มัทธิวพูดถึงผู้หญิงนิรนามคนหนึ่งที่มาชโลมพระเยซูด้วยน้ำมันหอมราคาแพง ยอห์นบันทึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น มารีย์น้องสาวของมารธาและลาซารัสนั่นเอง เราจึงไม่ประหลาดใจที่อาหารมื้อนั้นทานกันที่เบธานี ที่ๆลาซารัสและน้องสาวอาศัย มัทธิวให้ชื่อแค่คนเดียว คือซีโมน คนที่เคยเป็นโรคเรื้อน (มัทธิว 26:6) เป็นคนที่เรานึกไม่ออก ที่เหลือไม่ได้เอ่ยชื่อใคร ไม่เหมือนในพระกิตติคุณยอห์น ท่านเอ่ยชื่อมารีย์  มารธา และลาซารัส แต่ไม่ได้พูดถึงซีโมน คนเคยเป็นโรคเรื้อน แต่มีชื่อยูดาสด้วย ยอห์นบอกเราว่ายูดาสประท้วงไม่พอใจ ทำให้สาวกคนอื่นๆเริ่มคิดตาม ยอห์นยังพูดถึงแรงจูงใจเบื้องหลังของยูดาส  แถมเขายังเป็นคนถือกล่องเก็บเงิน และคงเคยยักยอกเงินไปใช้ด้วย299

ให้เรามาดูความเชื่อมโยงระหว่างมัทธิว 26:1-5 และข้อ 6-13 ในมุมมองของมัทธิวก่อน แล้วค่อยไปดูที่ยอห์น

ในมัทธิว พระเยซูตรัสกับสาวกว่าพระองค์จะถูกตรึงกางเขนในอีกสองวัน ในช่วงเทศกาลปัสกา ไม่มีบันทึกว่าพวกสาวกมีปฏิกิริยาอย่างไร (ไม่ว่าในมัทธิว หรือพระกิตติคุณเล่มอื่น) พวกสาวกดูไม่ค่อยจะซึมซับว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อเราอ่านข้อต่อๆไปเกี่ยวกับอาหารมื้อที่ทานกันหลายวันก่อนหน้า เป็นมื้อที่พระเยซูและพวกสาวกไปด้วยกัน ผู้หญิงคนนี้จึงถือโอกาสเข้าไปนมัสการ และเทิดทูนองค์พระเยซูคริสต์ของเธอ ชโลมพระองค์ด้วยน้ำมันหอมราคาแพง พวกสาวกต่างก็ได้กลิ่นหอมฟุ้งนั้น มีคนคัดค้านว่าน่าจะเอาไปขายแล้วเอาเงินไปช่วยคนจนดีกว่า ดีกว่าจริงหรือ? น้ำมันหอมนี้นำไปใช้อะไรที่ดีไปกว่านี้หรือ? อะไรที่มีคุณค่าไปกว่าพระเยซู? แต่พวกสาวกกลับไม่พอใจที่เธอไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่า

พระเยซูทรงมองเห็นในสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้ทำ มากกว่าการนมัสการและเทิดทูนพระองค์ ทรงมองไกลไปถึงการชโลมพระศพของพระองค์ล่วงหน้า สี่วันก่อนที่พระองค์ตรัสบอกสาวกถึงการสิ้นพระชนม์ ผู้หญิงคนนี้ (มารีย์) เหมือนรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น300 บางทีเธออาจมองว่านี่เป็นสุดท้ายที่เธอจะได้นมัสการและเทิดทูนพระองค์

เรื่องของมัทธิวทำให้เราเห็นการเชื่อมโยงระหว่างข้อ 1-5 และข้อ 6-13  ในยอห์นให้รายละเอียดอื่นๆ มัทธิวมุ่งไปที่มารีย์ (แม้ไม่ได้เอ่ยชื่อ) ในตอนนั้น พระดำรัสของพระเยซูเรื่องเวลาและการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ (ในอีกสองวันข้างหน้า) ดูจะไม่มีผลกระทบอะไรกับพวกสาวก บางทีพวกเขาฟังแต่ไม่ได้คิดอะไร แต่มารีย์ฟังและซึมซับอย่างตั้งใจ จึงเตรียมสำหรับพิธีฝังพระศพของพระองค์ และพระเยซูทรงเอ่ยถึงสิ่งที่เธอทำ

เมื่ออ่านเรื่องการชโลมพระเยซูในพระกิตติคุณยอห์น ยูดาสเป็นคนที่ค้านว่าเอาของมีราคาขนาดนั้นมาใช้เป็นการ “เสียของ”  ซึ่งเป็นคนที่เหมาะจะพูดเรื่องนี้  เพราะเขาเชื่อว่าพระเยซูไม่มีค่าคู่ควรกับของราคาแพงขนาดนั้น301   แต่มารีย์เชื่อว่าพระองค์ทรงคู่ควร ดูเหมือนพวกสาวกจะเขลาพอที่คิดตามยูดาสไปด้วย ทำให้เราเห็นว่าเงินนั้นสำคัญสำหรับยูดาสมากกว่าพระเยซู (สิ่งที่มารีย์ทำถวายพระเยซู ยูดาสค้านว่าเป็นการสูญเงินเปล่าๆ)  สำหรับมารีย์ พระเยซูทรงมีค่าคู่ควรกับของราคาแพงที่สุดที่เธอมี  และสิ่งที่เธอทำนั้นถูกต้อง

ข้อตกลงของซาตาน (มัทธิว 26:14-16)  

14เวลา​นั้น​คน​หนึ่ง​ใน​สาวก​สิบ‍สอง​คน​ชื่อ​ยู‌ดาส​อิส‌คา‌ริ‌โอท​ไป​หา​พวก​หัว‍หน้า​ปุ‌โร‌หิต 15บอก​ว่า “ถ้า​ข้าพ‌เจ้า​มอบ​ตัว​เขา​ให้​พวก‍ท่าน ท่าน​จะ​ให้​ข้าพ‌เจ้า​เท่า‍ไหร่?” พวก‍เขา​ก็​ให้​เงิน​ยู‌ดาส​สาม‍สิบ​เหรียญ 16ตั้ง‍แต่​นั้น​มา ยู‌ดาส​คอย​หา​ช่อง​ที่​จะ​ทรยศ​พระ‍องค์ (มัทธิว 26:14-16)

ถ้าอ่านเฉพาะในมัทธิว เราอาจสงสัยว่าข้อ 1-13 เชื่อมโยงกับข้อ 14-16  อย่างไร ก็ต้องขอบคุณยอห์นที่บันทึกไว้  ทำให้เราเห็นการเชื่อมโยงนี้ ยูดาส และมารีย์เป็นกุญแจสำคัญสำหรับเนื้อหาของพระวจนะตอนนี้  มารีย์ตอบสนองต่อพระเยซูด้วยท่าทีในแบบคนของพระเจ้า และต่อคำทำนายเรื่องการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ มารีย์ต่างจากเปโตร (มัทธิว 16:21-23) ไม่ได้คัดค้านการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู กลับเตรียมสำหรับการสิ้นพระชนม์และการฝังพระศพ ยูดาสมองว่าพระเยซูไม่มีค่าควรติดตาม ดังนั้นเงินไม่กี่เหรียญ เขาก็จะทรยศพระองค์ และทำโดยจุบพระองค์ ท่าทีแสดงความรักและเทิดทูนแบบเยาะเย้ย

หลังจากอ่านข้อ 3-5 ในมัทธิว 26 ทำให้เราเห็นว่ายูดาสเป็นคำตอบที่สมบูรณ์แบบให้กับแผนการที่ยังสรุปไม่ลงตัวของพวกผู้นำชาวยิว ยูดาสเป็นหนึ่งในผู้ติดตามใกล้ชิดพระเยซู สามารถบอกเวลาและสถานที่ๆพระเยซูจะเสด็จไปเป็นส่วนตัวได้ ทำให้จับกุมง่าย และนำพระองค์ไปฆ่าอย่างลับๆ หรือการทานอาหารมื้อนั้นในข้อ 6-13 เป็นเหมือน “ฟางเส้นสุดท้ายบนหลังลา” สำหรับยูดาส เขาโกรธที่เอาน้ำมันหอมราคาแพงมาใช้อย่างสูญเปล่า เสียดายเงินถ้าได้นำไปขาย เพราะอาจยักยอกบางส่วนจากการขายนั้นได้ คำตำหนิของพระเยซูจึงเป็นแค่น้ำตาลโรยหน้าเค้ก เพราะสำหรับยูดาสแล้ว “พอกันที” ถ้าฉันไม่ได้เงินอย่างที่เคยได้ (ขโมยจากที่เก็บเงินเพราะเป็นคนถือเงิน) ก็จะไปเอาจากพวกศัตรู เพราะจ่ายราคาดีกว่า

ข้อตกลงจึงเกิดขึ้น  เป็นข้อตกลงกับซาตานเอง ยอห์นบันทึกไว้ดังนี้:

1ก่อน ​ถึง​งาน​เทศ‌กาล​ปัส‌กา พระ‍เยซู​ทรง​ทราบ​ว่า​ถึง​เวลา​แล้ว​ที่​พระ‍องค์​จะ​ทรง​จาก​โลก​นี้​ไป​ หา​พระ‍บิดา พระ‍องค์​ทรง​รัก​บรร‌ดา​คน​ของ​พระ‍องค์​ที่​อยู่​ใน​โลก​นี้ พระ‍องค์​ทรง​รัก​เขา‍ทั้ง‍หลาย​จน‍ถึง​ที่‍สุด 2ขณะ​เมื่อ​รับ‍ประ‌ทาน​อาหาร​เย็น​อยู่​นั้น (มาร​ได้​ดล‍ใจ​ยู‌ดาส​บุตร​ของ​ซี‌โมน​อิส‌คา‌ริ‌โอท​ให้​ทรยศ​พระ‍องค์​แล้ว) (ยอห์น 13:1-2)

เพื่อสามสิบเหรียญเงิน ยูดาสขายข่าววงในให้กับพวกผู้นำ ทำให้เข้าไปจับกุมพระเยซูได้โดยง่าย เป็นข้อตกลงของนรกโดยแท้

มัทธิวเริ่มบทนี้โดยสร้างความตึงเครียดระหว่างคำทำนายของพระเยซูเรื่องการสิ้นพระชนม์ (ในอีกสองวัน ในเทศกาลปัสกา โดยการตรึงกางเขน) และแผนของผู้นำชาวยิว (จับกุมอย่างลับๆ และนำไปฆ่า หลังเทศกาลปัสกา) แต่ตอนนี้ดูเหมือนพวกผู้นำเป็นต่อ มีทางออกให้กับปัญหาที่ยังหาทางออกไม่ได้ เข้าถึงตัวพระเยซูอย่างลับๆ และในเวลาที่เหมาะเจาะ

คงนึกภาพออกว่าผู้นำชาวยิวโล่งใจและดีใจขนาดไหนที่ยูดาสมาหาพร้อมข้อเสนอจะทรยศพระเยซู? ผมแทบเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าคนพวกนี้ ตอนนี้เหมือนพวกเขาเจอหนทางที่จะทำแผนการให้สำเร็จลง และสามารถกำจัดพระเยซู ภัยคุกคามออกไปได้ พวกเขาไม่ควรนับลูกไก่ก่อนที่จะฟักไข่ พระวจนะด้านล่างแสดงให้เห็นว่าเป็นโอกาสให้พระเยซูได้เปรียบ คำทำนายของพระองค์ (ไม่ต้องเอ่ยถึงคำนายอื่นๆในพระคัมภีร์เดิม) สำเร็จลง

โอกาสเหมาะที่จะเข้าถึงตัวและจับกุม – หรือเปล่า? (มัทธิว 26:17-19)

17ใน​วัน‍แรก​ของ​เทศ‌กาล​กิน​ขนม‍ปัง‍ไร้‍เชื้อ ​บรร‌ดา​สาวก​มา​ทูล​ถาม​พระ‍เยซู​ว่า “จะ​ให้​พวก‍ข้า‍พระ‍องค์​เตรียม​ปัส‌กา​ให้​พระ‍องค์​เสวย​ที่​ไหน?” 18พระ‍องค์ตรัส​ตอบ​ว่า “จง​เข้า​ไป​ใน​เมือง​หา​คน​ผู้‍หนึ่ง แล้ว​บอก​เขา​ว่า ‘อา‌จารย์​พูด​ว่า “กำ‌หนด​เวลา​ของ​เรา​มา​ใกล้​แล้ว เรา​จะ​ถือ​ปัส‌กา​ที่​บ้าน​ของ​ท่าน​พร้อม​กับ​สาวก​ทั้ง‍หลาย​ของ​เรา” 19พวก​สาวก​จึง​ทำ​ตาม​ที่​พระ‍เยซู​ตรัส‍สั่ง และ​เตรียม​ปัส‌กา​ไว้​พร้อม (มัทธิว 26:17-19)

ถ้าไม่มีการเปิดเผยต่อ เราอาจคิดว่าพระเยซูทรงเข้าใกล้ความตาย  ใกล้กว่าที่ทรงทำนายไว้ ตามที่มัทธิวบันทึกไว้อย่างเจาะลึก พวกสาวกรู้ดี พวกเขาต้องเตรียมปัสกาและร่วมฉลองกับพระเยซู  แต่ไม่รู้ว่าที่ไหน แต่จำเป็นต้องเตรียมการล่วงหน้า ดูเหมือนสิ่งที่พระเยซูต้องทำคือบอกสถานที่จัดงาน พวกเขาจะได้ไปเตรียมสถานที่

มัทธิวบันทึกว่าพระเยซูสั่งพวกเขาให้ไปในเมือง “หาชายผู้หนึ่ง” และบอกกับเขาว่า  “กำ‌หนด​เวลา​ของ​เรา​มา​ใกล้​แล้ว เรา​จะ​ถือ​ปัส‌กา​ที่​บ้าน​ของ​ท่าน​” ผู้ชายคนไหน? บ้านไหน?  สาวกคนไหน? มัทธิวไม่บอกข้อมูลพวกนี้ให้ผู้อ่านรู้ บอกแต่เพียงว่าสาวกทำตามที่พระเยซูสั่ง เรารู้จากข้อ 14-16 ทำให้เดาได้ไม่ยากว่าพระเยซูกำลังเดินไปติดกับ ถ้ายูดาสรู้ว่าจะมีการฉลองปัสกาที่ไหน ที่เขาต้องทำคือบอกกับพวกผู้นำชาวยิว และพระเยซูจะถูกจับกุมโดยที่ไม่มีใครรู้302

มัทธิวปล่อยให้เราต้องกลั้นหายใจ สงสัยว่าพระเยซูจะถูกจับหรือไม่ ที่ท่านไม่ได้ให้รายละเอียดมากนัก เราคงสรุปกันว่าพระองค์คงบอกสาวกของพระองค์ทุกคนว่าจะเสวยปัสกาที่ไหน ต้องขอบคุณที่เราได้รายละเอียดเพิ่มมากขึ้นจากที่มาระโกบันทึก:

12เมื่อ​ถึง​วัน‍แรก​ของ​เทศ‌กาล​กิน​ขนม‍ปัง‍ไร้‍เชื้อ ซึ่ง​เป็น​เวลา​ที่​พวก‍เขา​ฆ่า​ลูก‍แกะ​สำหรับ​ปัส‌กา​นั้น พวก​สาวก​มา​ทูล​ถาม​พระ‍องค์​ว่า “จะ​ให้​พวก‍ข้า‍พระ‍องค์​ไป​จัด‍เตรียม​ปัส‌กา​ให้​พระ‍องค์​เสวย​ที่​ไหน?” 13พระ‍องค์​จึง​ทรง​ใช้​สาวก​สอง​คน​ไป สั่ง​พวก‍เขา​ว่า “จง​เข้า​ไป​ใน​เมือง แล้ว​จะ​มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ทูน‍หม้อ‍น้ำ​มา​พบ​พวก‍ท่าน จง​ตาม​คน​นั้น​ไป 14เขา​เข้า​ไป​ที่​ไหน ก็​ให้​บอก​เจ้า‍ของ​บ้าน​นั้น​ว่า พระ​อา‌จารย์​ถาม​ว่า ‘ห้อง​ที่​เรา​จะ​กิน​ปัส‌กา​กับ​เหล่า​สาวก​ของ​เรา​นั้น​อยู่​ที่​ไหน?’ 15เจ้า‍ของ​บ้าน​จะ​ชี้​ให้​เห็น​ห้อง​ใหญ่​ชั้น‍บน​ที่​ตก‍แต่ง​ไว้​แล้ว ที่​นั่น​แหละ จง​จัด‍เตรียม​ไว้​สำหรับ​พวก‍เรา​เถิด” 16สาวก​สอง​คน​นั้น​จึง​ออก​ไป เดิน​เข้า​ไป​ใน​เมือง และ​พบ​ทุก‍อย่าง​เหมือน​ถ้อย‍คำ​ที่​พระ‍องค์​ตรัส​แก่​พวก‍เขา แล้ว​พวก‍เขา​ก็​จัด‍เตรียม​ปัส‌กา​ไว้​พร้อม (มาระโก 14:12-16)

เหมือนเช่นทุกครั้ง พระเยซูทรงเตรียมสิ่งต่างๆที่จำเป็นเพื่อให้พระประสงค์ของพระองค์สำเร็จลง มาระโกบอกเราว่าพระเยซูสั่งสาวกสองคนว่าจะให้เตรียมฉลองปัสกาอย่างไร และขอบคุณลูกา (ลูกา 22:8) ที่ทำให้เรารู้ว่าสาวกสองคนนั้นไม่ใช่ยูดาส สาวกสองคนนั้นคือเปโตรและยอห์น เป็นสองคนที่ไว้ใจได้มากที่สุด สองคนนี้จะเป็นผู้นำที่โดดเด่นในคริสตจักรหลังจากเทศกาลเพนเทคสเต

พระเยซูทรงเตรียมการฉลองปัสกาล่วงหน้าอย่างดีโดยใช้ชายคนหนึ่ง น่าจะเป็นหนึ่งในผู้ติดตามพระองค์ในฐานะพระเมสซิยาห์ แม้สาวกคนอื่นๆอาจได้ยิน (ผมคิดเอาเองครับ) คำสั่งที่พระเยซูสั่งเปโตรและยอห์น แต่ไม่มีข้อมูลเจาะจงอย่างที่ยูดาสอยากได้ แม้เปโตรและยอห์นเองยังไม่รู้ที่ๆจะไปชัดเจน พวกเขาจะไปเจอชายคนหนึ่งทูนหม้อน้ำมา มีการเตรียมการล่วงหน้า หรือนี่เป็นการจัดเตรียมจากเบื้องบน? เราไม่ทราบได้ ชายคนนี้รู้หรือไม่ว่าต้องมาพบสาวก หรือพระเจ้าเตรียมให้พวกเขามาเจอกัน? สาวกทั้งคู่ได้รับคำสั่งให้ตามชายคนที่ทูนหม้อน้ำไป น้ำสำหรับล้างเท้าสาวกหรือเปล่า? เราไม่ทราบ แต่พวกเขาจะพบเจ้าของบ้านเพื่อบอกว่าต้องการห้องให้ “พระอาจารย์” ฉลองปัสกา แล้วเขาจะชี้ห้องใหญ่ชั้นบนที่ตกแต่งแล้วให้ สาวกคงต้องจัดเตรียมในส่วนที่เหลือ และพระเยซูจะเสด็จมาพร้อมกับสาวกคนอื่นๆ ทำให้ยูดาสแอบหลบไปบอกเรื่องสถานที่ๆพวกเขาจะใช้เวลาด้วยกันตามลำพังไม่ได้ ยูดาสอาจต้องการทรยศพระเยซูในตอนนั้น แต่ทำไม่ได้ เพราะพระองค์ก้นไม่ให้เขามีโอกาส พระเยซูทรงครอบครอง ไม่ใช่ยูดาส ไม่ใช่สาวกคนอื่นๆ และไม่ใช่ผู้นำชาวยิวที่ต้องการจะฆ่าพระองค์ ที่จริงอาหารมื้อนี้ไม่ได้เป็นโอกาสให้พวกเขาจัดการกับพระเยซูอย่างเด็ดขาด แต่เป็นโอกาสให้พระเยซูทรงเตรียมแต่ละเหตุการณ์เพื่อนำไปสู่การเติมเต็มคำทำนายของพระองค์เรื่องการสิ้นพระชนม์ “ในช่วงปัสกา”

การเปิดเผยที่น่าตระหนกอีกอย่าง (มัทธิว 26:20-25)

20พอ‍ถึง​เวลา​พลบ‍ค่ำ พระ‍องค์​ประ‌ทับ​และ​เสวย​อาหาร​กับ​สาวก​สิบ‍สอง​คน  21เมื่อ​รับ‍ประ‌ทาน​กัน​อยู่ พระ‍องค์​ตรัส​ว่า “เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​ท่าน‍ทั้ง‍หลาย​ว่า คน​หนึ่ง​ใน​ท่าน​จะ​ทรยศ​เรา”  22พวก​สาวก​ก็​พา​กัน​เป็น​ทุกข์ ต่าง‍คน‍ต่าง​เริ่ม​ทูล​ถาม​พระ‍องค์​ว่า “องค์‍พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า คือ​ข้า‍พระ‍องค์​หรือ?”  23พระ‍องค์​ตรัส​ตอบ​ว่า “คน​ที่​เอา​มือ​จิ้ม​ลง‍ใน​ชาม​เดียว‍กัน​กับ​เรา​นั่น​แหละ คือ​คน​ที่​จะ​ทรยศ​เรา  24บุตร‍มนุษย์​จะ​ต้อง​ไป​ตาม​ที่​เขียน​ไว้​เกี่ยว‍กับ​ท่าน แต่​วิบัติ​มี​แก่​คน​ที่​ทรยศ​บุตร‍มนุษย์ ถ้า​คน​นั้น​ไม่‍ได้​เกิด​มา​ก็​จะ​ดี​กว่า” 25ยู‌ดาส​คน​ที่​ทรยศ​พระ‍องค์​ทูล​ว่า “พระ​อา‌จารย์ คือ​ข้า‍พระ‍องค์​หรือ?” พระ‍องค์​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า “ท่าน​ว่า​ถูก​แล้ว” (มัทธิว 26:20-25)

ในหนังสือสุภาษิตกล่าวว่า “คน​อธรรม​หนี​เมื่อ​ไม่‍มี​ใคร​ไล่‍ตาม แต่​คน​ชอบ‍ธรรม​กล้า‍หาญ​อย่าง​สิงห์‍หนุ่ม” (สุภาษิต 28:1) ยูดาสจะเป็นอย่างไรได้ นอกจากอึดอัดใจในความสัมพันธ์กับพระเยซูและสาวกคนอื่นๆ และเขามีสาเหตุพอ สำหรับพระเยซู พระองค์ทรงทราบตั้งแต่นิรันดร์กาลว่าใครจะเป็นผู้ทรยศพระองค์:

“แต่​ใน​พวก‍ท่าน​มี​บาง‍คน​ไม่​เชื่อ” เพราะ​พระ‍เยซู​ทรง​ทราบ​ตั้ง‍แต่​แรก​แล้ว​ว่า​ใคร​ไม่​เชื่อ​และ​ใคร​เป็น​คน​ที่​จะ​ทรยศ​พระ‍องค์ (ยอห์น 6:64)

70 พระ‍เยซู​ตรัส​ตอบ​พวก‍เขา​ว่า “เรา​เลือก​พวก‍ท่าน​สิบ‍สอง​คน​ไม่‍ใช่​หรือ? แต่​คน​หนึ่ง​ใน​พวก‍ท่าน​เป็น​มาร‍ร้าย” 71พระ‍องค์​ทรง​หมาย‍ถึง​ยู‌ดาส​บุตร​ของ​ซี‌โมน​อิส‌คา‌ริ‌โอท คน​หนึ่ง​ใน​สาวก​สิบ‍สอง​คน เพราะ‍ว่า​เขา​เป็น​คน​ที่​จะ​ทรยศ​พระ‍องค์ (ยอห์น 6:70-71)

ยูดาสคงไม่กล้าสบตาพระเยซูและสาวกคนอื่นๆ รู้ตัวดีว่ายอมตกลงทรยศพวกเขา แต่ต้องรอเวลาจนสบโอกาสเหมาะที่จะส่งพระเยซูให้ศัตรู จะทำได้ก็ต้องอยู่ด้วยกับทุกคน

ต่างจากมาระโก มัทธิวทำให้ผู้อ่านต้องจดจ่อด้วยความระทึก สงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ถ้าเราไม่รู้ตอนจบล่วงหน้า เราควรจะสงสัยว่าถ้ายูดาสรู้ก่อน และไปบอกฝ่ายศัตรูว่าจะฉลองปัสกาที่ไหน จะเกิดอะไรขึ้น แต่ระหว่างมื้ออาหารนั้น พระเยซูทรงหย่อนระเบิด ทำเอาพวกสาวกตกใจไปตามๆกัน : หนึ่งในพวกเขาจะทรยศพระองค์ สาวกทุกคนต่างตระหนก ตกใจจนไม่ได้คิดถึงคนอื่น คิดแต่ว่าน่าจะเป็นตัวเอง : “องค์พระผู้เป็นเจ้า คือ​ข้าพระองค์​หรือ?” (มัทธิว 26:22)

25ยู‌ดาส​คน​ที่​ทรยศ​พระ‍องค์​ทูล​ว่า “พระ​อาจารย์ คือ​ข้าพระองค์​หรือ?” พระ‍องค์​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า “ท่าน​ว่า​ถูก​แล้ว” (มัทธิว 26:25)

สังเกตุความต่างที่สาวกถาม : “องค์พระผู้เป็นเจ้า คือ​ข้าพระองค์​หรือ?” กับที่ยูดาสถาม  “พระ​อาจารย์ คือ​ข้าพระองค์​หรือ?” ซึ่งสาวกคนอื่นคงไม่ได้ยิน หรืออย่างน้อยไม่เข้าใจนัย พระเยซูตรัสกับยูดาสชัดเจน ทรงรู้ว่าเขาจะทรยศพระองค์ พระเยซูทรงทำมากกว่าเปิดเผยว่ารู้ว่าเขาจะผู้หักหลังพระองค์ ทรงเตือนด้วยถึงผลร้ายที่จะตามเขาไปชั่วนิรันดร์:

24บุตร‍มนุษย์​จะ​ต้อง​ไป​ตาม​ที่​เขียน​ไว้​เกี่ยว‍กับ​ท่าน แต่​วิบัติ​มี​แก่​คน​ที่​ทรยศ​บุตร‍มนุษย์ ถ้า​คน​นั้น​ไม่‍ได้​เกิด​มา​ก็​จะ​ดี​กว่า” (มัทธิว 26:24)

อีกครั้ง มัทธิวให้เราจดจ่อรอด้วยความระทึก ท่านไม่ได้บันทึกว่ายูดาสตอบอย่างไร แต่ไปอธิบายถึงความสำคัญของการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูในระหว่างเทศกาลปัสกา แต่ยอห์นบันทึกรายละเอียดที่สำคัญนี้ไว้:

26พระ‍องค์​ตรัส​ตอบ​ว่า “เป็น​คน​ที่​เรา​จะ​เอา​ขนม‍ปัง​นี้​จิ้ม​ส่ง​ให้” เมื่อ​พระ‍องค์​ทรง​เอา​ขนม‍ปัง​นั้น​จิ้ม​แล้ว​ก็​ทรง​ยื่น​ให้​กับ​ยู‌ดาส​บุตร​ของ​ซี‌โมน​อิส‌คา‌ริ‌โอท  27เมื่อ​ยู‌ดาส​กิน​ขนม‍ปัง​นั้น​แล้ว ซา‌ตาน​ก็​เข้า​ไป​สิง​ใน​ตัว​เขา พระ‍เยซู​จึง​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “ท่าน​จะ​ทำ​อะไร​ก็​จง​ทำ​เร็วๆ” 28ไม่‍มี​ใคร​ใน​บรร‌ดา​คน​ที่​เอน‍กาย​ร่วม​โต๊ะ​อาหาร​ที่​รู้​ว่า​ทำไม​พระ‍องค์​ถึง​ตรัส​กับ​เขา​อย่าง​นั้น  29บาง‍คน​คิด​ว่า​เพราะ​ยู‌ดาส​ถือ​กระ‌เป๋า​เก็บ​เงิน พระ‍องค์​จึง​ตรัส​บอก​เขา​ว่า “จง​ไป​ซื้อ​สิ่ง​ที่​เรา​ต้อง‍การ​สำหรับ​งาน​เทศ‌กาล​นี้” หรือ​ตรัส​บอก​เขา​ว่า เขา​ควร​จะ​ให้​อะไร​แก่​คน‍จน  30เพราะ‍ฉะนั้น​หลัง‍จาก​ยู‌ดาส​รับ​ขนม‍ปัง​ชิ้น​นั้น​แล้ว​เขา​ก็​ออก​ไป​ทัน‍ที ขณะ​นั้น​เป็น​เวลา​กลาง‍คืน (ยอห์น 13:26-30)

จากเรื่องราวระทึกของมัทธิว ทำให้เราสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับยูดาสหลังจากที่พระเยซูเปิดเผยเรื่องน่าตระหนกนี้กับตัวเขา ตรัสว่าเขาจะทรยศพระองค์ พระเยซูทรงทราบดีว่ายูดาสจะไปทำอะไร แล้วสาวกคนอื่นๆที่นั่งอยู่ด้วยระหว่างที่พระเยซูทรงพูดกับยูดาส (ที่บอกว่าทรงทราบดีว่าเป็นตัวเขา) จะไม่ได้ยินหรือ? พวกเขาเข้าใจในสิ่งที่พระเยซูตรัสหรือเปล่า? ถ้าเข้าใจ ยูดาสก็ตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวง อย่าลืมว่าเปโตรพกดาบติดตัว (ดูลูกา 22:38, ยอห์น 18:10-11) ผมสงสัยว่าถ้าเปโตรรู้ว่ายูดาสคิดจะทำอะไร เขาจะรีรอใช้ดาบหรือ เพื่อปกป้องพระเยซู และจัดการไม่ให้ยูดาสทำตามแผนได้

จากพระกิตติคุณยอห์น เรารู้ว่าพระเยซูทรงอนุญาตให้ยูดาสออกไป ที่จริงเพื่อให้เขาได้ไปทำในสิ่งที่ต้องการจะทำ “ท่าน​จะ​ทำ​อะไร​ก็​จง​ทำ​เร็วๆ” (ยอห์น 18:27)

ยูดาสรีบออกไปแทบไม่ทัน เขากลับมาไม่ได้อีกแล้ว พระเยซูทรงรู้แล้วว่าเขาเป็นผู้ทรยศ และไม่แน่ใจว่าสาวกคนอื่นๆจะคิดออกหรือเปล่า ไม่ว่าเขาจะทำอะไร คงต้องรีบทำทันที ยูดาสจึงออกไปจากห้อง ไปพบผู้นำชาวยิวในทันทีเพื่อทรยศพระเยซู ทำให้เรารู้รายละเอียดตรงนี้ ต้องขอบคุณท่านยอห์น  สองข้อสุดท้ายในตอนนี้ทำให้เรารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อยูดาสจากไป  ขนมปังและน้ำองุ่นถูกแบ่งกันในท่ามกลางผู้เชื่อแท้จริง

เราไม่อาจพลาดประเด็นสำคัญในสิ่งที่ได้อ่าน การเปิดเผยของพระเยซู (อย่างน้อยต่อยูดาส) ถึงลักษณะของผู้ที่จะทรยศพระองค์ ทำให้ผู้ทรยศและพวกผู้นำชาวยิวต้องปรับแผนใหม่ ตอนแรกตกลงกันว่าจะไม่จับกุมและฆ่าพระองค์ในช่วงเทศกาลปัสกา แต่ตอนนี้ ถ้ายูดาสทำให้พวกเขาบรรลุเป้าหมายในการจับกุมพระเยซูได้ คงต้องเป็นเดี๋ยวนี้ ในระหว่างการฉลอง ยูดาสไม่อาจกลับไปอยู่ท่ามกลางสาวกของพระเยซูได้อีก เขาจึงต้องลงมือในทันที ไม่เช่นนั้นอาจไม่สำเร็จ นี่เป็นหัวข้อในบทเรียนครั้งหน้าของเรา ในตอนนี้ เราจะกลับไปที่ห้องชั้นบน ที่มีการฉลองปัสกาก่อน ไปพบกับพระเยซูและสาวกแท้ และไปสู่ความหมายที่แท้จริงของการสิ้นพระชนม์

ความหมายของปัสกา (มัทธิว 26:26-29)

26ระหว่าง​รับ‍ประ‌ทาน​อยู่​นั้น พระ‍เยซู​ทรง​หยิบ​ขนม‍ปัง​ขึ้น​มา และ​เมื่อ​ขอ​พระ‍พร​แล้ว ก็​ทรง​หัก​ส่ง​ให้​บรร‌ดา​สาวก​ตรัส​ว่า “จง​รับ​ไป​กิน​เถิด นี่​เป็น​กาย​ของ​เรา” 27แล้ว​พระ‍องค์​ทรง​หยิบ​ถ้วย เมื่อ​ขอบ‍พระ‍คุณ​แล้ว ก็​ทรง​ส่ง​ให้​พวก‍เขา​ตรัส​ว่า “จง​รับ​ไป​ดื่ม​ทุก‍คน​เถิด 28เพราะ‍ว่า​นี่​เป็น​โลหิต​ของ​เรา​อัน​เป็น​โลหิต​แห่ง​พันธ‌สัญญา​ที่​หลั่ง​ออก​เพื่อ​ยก​บาป​โทษ​คน​จำ‌นวน​มาก 29เรา​บอก​ท่าน‍ทั้ง‍หลาย​ว่า เรา​จะ​ไม่​ดื่ม​จาก​ผล​ของ​เถา‍องุ่น​นี้​อีก‍ต่อ‍ไป​จน‍กว่า​จะ​ถึง​วัน‍นั้น ที่​เรา​จะ​ดื่ม​กับ​พวก‍ท่าน​อีก​ใน​แผ่น‍ดิน​แห่ง​พระ‍บิดา​ของ​เรา” (มัทธิว 26:26-29)

พระเยซูทรงเป็นลูกแกะปัสกา:

4แน่​ที‍เดียว​ท่าน​แบก​ความ​เจ็บ‍ไข้​ของ​พวก‍เรา

และ​หอบ​ความ​เจ็บ‍ปวด​ของ​เรา​ไป

กระ‌นั้น​พวก‍เรา​ยัง​คิด​ว่า​ที่​ท่าน​ถูก​ตี

คือ​ถูก​พระ‍เจ้า​ทรง​โบย‍ตี​และ​ข่ม‍ใจ

5แต่​ท่าน​ถูก​แทง​เพราะ​ความ​ทรยศ​ของ​เรา

ท่าน​บอบ‍ช้ำ​เพราะ​ความ​บาป‍ผิด​ของ​เรา

การ​ตี‍สอน​ที่​ตก​บน​ท่าน​นั้น​ทำ​ให้​พวก‍เรา​มี​สวัสดิ‌ภาพ

และ​ที่​ท่าน​ถูก​เฆี่ยน‍ตี​ก็​ทำ‍ให้​เรา​ได้​รับ​การ​รักษา

6เรา​ทุก‍คน​หลง‍ทาง​ไป​เหมือน​แกะ

ต่าง‍คน‍ต่าง​หัน​ไป​ตาม‍ทาง​ของ​ตน‍เอง

และ​พระ‍ยาห์‌เวห์​ทรง​วาง​ความ​ผิด‍บาป

ของ​เรา​ทุก‍คน​ลง​บน​ตัว​ท่าน

7ท่าน​ถูก​บีบ‍บัง‍คับ​และ​ถูก​ข่ม‍ใจ

ถึง‍กระ‌นั้น​ท่าน​ก็​ไม่​ปริ‍ปาก

เหมือน​ลูก‍แกะ​ที่​ถูก​นำ​ไป​ฆ่า

และ​เหมือน​แกะ​ที่​เป็น‍ใบ้​ต่อ‍หน้า​ผู้‍ตัด‍ขน​ของ​มัน​เช่น‍ใด

ท่าน​ก็​ไม่​ปริ‍ปาก​ของ​ท่าน​เลย​เช่น‍นั้น (อิสยาห์ 53:4-7)

วัน‍รุ่ง‍ขึ้น​ยอห์น​เห็น​พระ‍เยซู​กำลัง​เสด็จ​มา‍หา​ท่าน ท่าน​จึง​กล่าว​ว่า “จง​ดู​พระ‍เมษ‌โป‌ดก​ของ​พระ‍เจ้า ผู้​ทรง​รับ​บาป​ของ​โลก​ไป” (ยอห์น 1:29)

32พระ‍คัมภีร์​ตอน​ที่​ท่าน​อ่าน​อยู่​นั้น​คือ​ข้อ​เหล่า‍นี้

“ท่าน​ถูก​นำ​ไป​ฆ่า​เหมือน​อย่าง​แกะ

ลูก‍แกะ​นิ่ง​อยู่​ต่อ‍หน้า​ผู้​ตัด​ขน​ของ​มัน​อย่าง‍ไร

ท่าน​ก็​ไม่​ปริ‍ปาก​ของ​ท่าน​อย่าง‍นั้น

33 ใน​เวลา​ที่​ท่าน​ถูก​เหยียด‍หยาม ท่าน​ไม่‍ได้​รับ​ความ​ยุติ‍ธรรม

ใคร​จะ​เล่า​ถึง​เชื้อ‍สาย​ของ​ท่าน?

เพราะ​ชีวิต​ของ​ท่าน​ถูก​ตัด‍ขาด​จาก​แผ่น‍ดิน​โลก”

34 ขันที​จึง​ถาม​ฟี‌ลิป​ว่า “สิ่ง​ที่​ผู้‍เผย‍พระ‍วจนะ​กล่าว​นี้​เล็ง​ถึง​ใคร เล็ง​ถึง​ตัว​ท่าน​เอง หรือ​เล็ง​ถึง​คน‍อื่น? ขอ​บอก​ข้าพ‌เจ้า​เถิด” 35ฟี‌ลิป​จึง​เริ่ม​เล่า​โดย​ตั้ง‍ต้น​จาก​พระ‍คัมภีร์​ตอน‍นั้น ท่าน​ประ‌กาศ​ข่าว‍ประ‌เสริฐ​เรื่อง​พระ‍เยซู​กับ​ขันที​ผู้​นั้น (กิจการ 8:32-35)

7จง​ชำระ​เชื้อ​เก่า​เสีย เพื่อ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​จะ​ได้​เป็น​แป้ง​ดิบ​ก้อน​ใหม่ ดัง​เช่น​ที่​ท่าน​เป็น​พวก​ไร้‍เชื้อ เพราะ​พระ‍คริสต์​ผู้​ทรง​เป็น​ปัส‌กา​ของ​เรา​ถูก​ถวาย‍บูชา​แล้ว 8เพราะ‍ฉะนั้น​ให้​เรา​ถือ​ปัส‌กา​นั้น ไม่​ใช่​ด้วย​เชื้อ​เก่า​ซึ่ง​เป็น​เชื้อ​ของ​ความ​ชั่ว​และ​ความ​เลว แต่​ด้วย​ขนม‍ปัง​ที่​ไม่‍มี​เชื้อ คือ​ความ​จริง‍ใจ​และ​สัจจะ (1โครินธ์ 5:7-8)

14ข้าพ‌เจ้า​ตอบ​ท่าน​ว่า “ท่าน​เจ้า‍ข้า ท่าน​เอง​ก็​ทราบ​อยู่​แล้ว” ท่าน​จึง​บอก​ข้าพ‌เจ้า​ว่า “คน​เหล่า‍นี้​เป็น​คน​ที่​มา​จาก​ความ​ยาก‍ลำ‌บาก​ครั้ง‍ยิ่ง‍ใหญ่ พวก‍เขา​ชำระ‍ล้าง​เสื้อ‍ผ้า​ของ​เขา​ด้วย​พระ‍โลหิต​ของ​พระ‍เมษ‌โป‌ดก​จน​ขาว​สะอาด 15เพราะ‍เหตุ‍นี้ เขา‍ทั้ง‍หลาย​จึง​ได้​อยู่​หน้า​พระ‍ที่‍นั่ง​ของ​พระ‍เจ้า และ​ปรน‌นิ‌บัติ​พระ‍องค์​ใน​พระ‍วิหาร​ของ​พระ‍องค์​ทั้ง​กลาง‍วัน​และ​กลาง‍คืน และ​พระ‍องค์​ผู้​ประ‌ทับ​บน​พระ‍ที่‍นั่ง​จะ​ทรง​คุ้ม‍ครอง​พวก‍เขา 16พวก‍เขา​จะ​ไม่​หิว​หรือ​กระ‌หาย​อีก​เลย ดวง‍อา‌ทิตย์​และ​ความ​ร้อน​จะ​ไม่​แผด‍เผา​เขา​อีก‍ต่อ‍ไป 17เพราะ‍ว่า​พระ‍เมษ‌โป‌ดก​ผู้​ทรง​อยู่​กลาง​พระ‍ที่‍นั่ง​นั้น​จะ​ทรง​เลี้ยง‍ดู​พวก‍เขา และ​จะ​ทรง​นำ​เขา​ไป​ยัง​น้ำ‍พุ​แห่ง​ชีวิต (วิวรณ์ 7:14-17)

ข้อ 26-29 ของบทเรียนตอนนี้ อธิบายถึงความสำคัญในการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู ในเวลาที่เหมาะสมที่สุด – ปัสกา – พักเรื่องของยูดาสไว้ก่อน  มัทธิวนำเรากลับมาที่พระเยซู ผู้สำคัญแท้จริงในตอนนี้ พระองค์ทรงเป็นสัญลักษณ์แทนลูกแกะปัสกา ในการถวายบูชาปัสกาครั้งแรก ก่อนที่ชาวอิสราเอลจะอพยพออกจาอียิปต์ (อพยพ 12) เป็นผู้ที่อิสยาห์พยากรณ์ถึง (อิสยาห์ 52:13 – 53:12 ฯลฯ) การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ต้องเกิดในระหว่างเทศกาลปัสกา เพราะพระองค์ทรงเป็นลูกแกะปัสกาแท้จริง

มัทธิวไม่ได้ลงรายละเอียดมากในพระวจนะตอนนี้ แต่ได้ให้สาระสำคัญไว้ พระเยซูทรงมอบขนมปังให้พวกสาวก เป็นสัญลักษณ์แทนพระกายที่ปราศจากบาป พระองค์ผู้เดียวเท่านั้นที่ไม่มีบาป จึงเหมาะสมทุกประการที่จะตายแทนความผิดบาปของผู้อื่น ไม่ใช่เพื่อบาปของพระองค์เอง :

พระ‍เจ้า​ทรง​ทำ​พระ‍องค์​ผู้​ทรง​ไม่‍มี​บาป​ให้​บาป เพราะ​เห็น​แก่​เรา เพื่อ​เรา​จะ​ได้​เป็น​คน​ชอบ‍ธรรม​ของ​พระ‍เจ้า​ทาง​พระ‍องค์ (2โครินธ์ 5:21, ดูยอห์น 8:46 ด้วย)

18พวก‍ท่าน​รู้​ว่า​พวก‍ท่าน​ได้​รับ​การ​ไถ่​ออก‍จาก​การ​ดำ‌เนิน​ชีวิต​ที่​ไร้‍สาระ ซึ่ง​ตก‍ทอด​มา​จาก​บรรพ‌บุรุษ​ของ​พวก‍ท่าน  ไม่​ใช่​ไถ่​ด้วย​สิ่ง​ที่​เสื่อม‍สลาย​ได้​เช่น​เงิน​หรือ​ทอง 19แต่​ด้วย​พระ‍โลหิต​ล้ำ‍ค่า​ของ​พระ‍คริสต์ ดัง​เลือด​ลูก‍แกะ​ที่​ไร้‍ตำ‌หนิ​และ​ไร้​จุด​ด่าง‍พร้อย  (1เปโตร 1:18-19)

เมื่อผมเทศนาเรื่องนี้ คริสตจักรของเรากำลังมีพิธีมหาสนิท ทำให้ผมนึกถึงความสัมพันธ์ของพระวจนะตอนนี้ ขณะที่เรารับขนมปัง ขนมปังไม่ได้เป็นสัญลักษณ์แทนการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ น้ำองุ่นเป็น เป็นสัญลักษณ์แทนการหลั่งพระโลหิตของพระคริสต์ ขนมปังเป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์แบบของพระกาย พระองค์ทรงเป็นผู้เดียวที่ดำเนินชีวิตโดยปราศจากบาป ปราศจากตำหนิ เป็นลูกแกะถวายบูชาที่ไม่มีตำหนิ ขนมปังไร้เชื้อเป็นสัญลักษณ์แทนความบริสุทธิ์ของพระคริสต์ และเพราะพระองค์ทรงบริสุทธิ์สมบูรณ์พร้อม ไม่มีตำหนิ จึงทรงสิ้นพระชนม์แทนความบาปของผู้อื่นได้ พระองค์ผู้ปราศจากบาป เป็นเหตุให้พระโลหิตที่หลั่งออกจึงล้ำค่าและเกิดผลให้เราได้

การกระทำอย่างไม่เห็นแก่ตัวของมารีย์ ถวายการนมัสการทำให้เราเห็นภาพชัดเจน น้ำมันหอมของมารีย์มีเพื่อชโลมและรักษาสภาพของร่างกาย แล้วร่างกายของผู้ใดจะเหมาะสมและสมบูรณ์แบบสำหรับการนี้ มากไปกว่าองค์พระเยซูคริสต์ การนมัสการเป็นพยานถึงพระกายที่สมบูรณ์แบบของพระเยซูในสภาพมนุษย์ การนมัสการที่มารีย์ทำ ไม่เพียงแต่เตรียมพระศพของพระองค์สำหรับการฝัง แต่ยังเป็นการประกาศถึงความสมบูรณ์แบบของพระกายว่า เหมาะสมสำหรับการถวายบูชา

พระเยซูทรงหยิบถ้วยและส่งให้สาวก เป็นสัญลักษณ์ถึงพระโลหิตของพระองค์ ที่จะหลั่งออกบนกางเขนที่เนินหัวกระโหลก ความหมายและความสำคัญในการหลั่งพระโลหิตคือ – ​โลหิต​แห่ง​พันธ‌สัญญา​ที่​หลั่ง​ออก​เพื่อ​ยก​บาป​โทษ​คน​จำ‌นวน​มาก” (มัทธิว 26:28) การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูที่บนกางเขน เป็นการตั้งพันธสัญญาใหม่ เพื่อทำให้พระวจนะในพระคัมภีร์เดิมสำเร็จลง:

31พระ‍ยาห์‌เวห์​ตรัส​ว่า “นี่‍แน่ะ วัน‍เวลา​จะ​มา​ถึง ซึ่ง​เรา​จะ​ทำ​พันธ‌สัญญา​ใหม่​กับ​เชื้อ‍สาย​ของ​อิสรา‌เอล​และ​เชื้อ‍สาย​ของ​ยู‌ดาห์ 32ไม่​เหมือน​กับ​พันธ‌สัญญา​ซึ่ง​เรา​ได้​ทำ​กับ​บรรพ‌บุรุษ​ของ​เขา‍ทั้ง‍หลาย เมื่อ​เรา​จูง​มือ​เขา​เพื่อ​นำ​เขา​ออก​มา​จาก​แผ่น‍ดิน​อียิปต์ เป็น​พันธ‌สัญญา​ของ​เรา​ซึ่ง​เขา​ฝ่า‍ฝืน ถึง‍แม้‍ว่า​เรา​ได้​เป็น​สามี​ของ​เขา” พระ‍ยาห์‌เวห์​ตรัส​ดัง‍นี้​แหละ 33“แต่​นี่​จะ​เป็น​พันธ‌สัญญา​ซึ่ง​เรา​จะ​ทำ​กับ​เชื้อ‍สาย​ของ​อิสรา‌เอล​ภาย‍หลัง​สมัย​นั้น” พระ‍ยาห์‌เวห์​ตรัส​ดัง‍นี้​แหละ “เรา​จะ​บรร‌จุ​ธรรม‍บัญญัติ​ไว้​ใน​เขา‍ทั้ง‍หลาย และ​เรา​จะ​จา‌รึก​มัน​ไว้​บน​ดวง‍ใจ​ของ​เขา และ​เรา​จะ​เป็น​พระ‍เจ้า​ของ​เขา และ​เขา​จะ​เป็น​ประ‌ชา‍กร​ของ​เรา (เยเรมีย์ 31:31-33) 303

ในฐานะลูกแกะปัสกาของพระเจ้า พระเยซูทรงเติมเต็มพันธสัญญาใหม่ และนำความรอดไปสู่คนบาปที่สำนึกผิดกลับใจในยุคเก่า สิ่งที่พระองค์ทำ ทรงทำให้การอภัยบาปสำเร็จลง ครั้งเดียวและตลอดไป สำหรับทุกคนที่เชื่อ (เพื่อคนจำนวนมาก – มัทธิว 26:28) พระดำรัสของพระองค์เล็งไปที่อนาคต ไม่ใช่แค่การสิ้นพระชนม์ที่บนกางเขน แต่การคืนพระชนม์ของพระองค์ด้วย:

29”เรา​บอก​ท่าน‍ทั้ง‍หลาย​ว่า เรา​จะ​ไม่​ดื่ม​จาก​ผล​ของ​เถา‍องุ่น​นี้​อีก‍ต่อ‍ไป​จน‍กว่า​จะ​ถึง​วัน‍นั้น ที่​เรา​จะ​ดื่ม​กับ​พวก‍ท่าน​อีก​ใน​แผ่น‍ดิน​แห่ง​พระ‍บิดา​ของ​เรา” (มัทธิว 26:29)

เราสามารถมองย้อนกลับไปและเห็นพระหัตถ์ของพระเจ้าในทุกตอนของพระวจนะตอนนี้ พระเยซูทรงเปิดเผยถึงแผนการสิ้นพระชนม์ของพระองค์บนกางเขน ในช่วงเทศกาลปัสกา ผู้นำชาวยิวลงความเห็นว่าพระองค์ต้องตาย แต่ในแบบและเวลาที่ต่างไป การชโลมพระศพของพระเยซูโดยสตรีท่านหนึ่ง (ที่ไม่ได้เอ่ยชื่อในมัทธิว แต่เรารู้ว่าคือมารีย์) เป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ลาต้องตายลงสำหรับยูดาส เขาไม่อาจทนเห็นการฟุ่มเฟือยเช่นนั้นได้ เสียของไปเปล่าๆ! และทำให้พวกสาวกต้องนำมาพูดคุย เว้นแต่มารีย์ ดูเหมือนเข้าใจเป็นอย่างดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น และได้ทำในสิ่งที่คู่ควร

ยูดาสจึงไปเสนอข้อตกลงบางอย่างกับพวกผู้นำชาวยิว เสนอให้ในสิ่งที่พวกนั้นอยากได้ – ข้อมูลวงในว่าควรเป็นที่ไหนและตอนไหนที่เข้าไปจับกุมพระเยซูได้ เขาจะทรยศพระองค์ด้วยสามสิบเหรียญเงิน ทำให้เหมือนว่าเหตุการณ์ตามแผนนี้จะเกิดขึ้นระหว่างที่พระเยซูเสวยปัสกากับพวกสาวก แต่พระเยซูไม่เปิดโอกาสให้ทำเช่นนั้นได้ พระองค์ส่งเปโตรและยอห์นไปก่อน ไปเตรียมการฉลองปัสกาโดยไม่เปิดเผยสถานที่ให้รู้ล่วงหน้า

เมื่อพวกเขาอยู่ด้วยกันที่โต๊ะเสวย พระเยซูทรงทำให้ยูดาสต้องช็อค โดยเปิดเผยว่าทรงรู้เขาจะทรยศพระองค์ ยูดาสคนเดียวที่ได้ยินจากพระเยซูว่าเขาจะเป็นผู้ทรยศ ทำให้เขาตกใจมาก ดังนั้นขณะที่สาวกคนอื่นๆกำลังฉลองปัสกา (และการตั้งพิธีมหาสนิทขึ้นครั้งแรก) กับพระเยซู ยูดาสกลับออกไปร่วมมือกับพวกผู้นำชาวยิวมาจับกุมพระองค์ แต่จะเป็นไปตามเวลาและสถานที่ๆพระเยซูเป็นผู้กำหนด ซึ่งจะอยู่ในบทเรียนหน้า

บทสรุป

พอล โยฮานน เพื่อนของผมเตือนให้ผมนึกถึงถ้อยคำนี้ในหนังสือสดุดี 2:

1เหตุ‍ใด​บรร‌ดา​ประ‌ชา‍ชาติ​จึง​คิด​กบฏ?

ทำไม​ชาว​ประ‌เทศ​ทั้ง‍หลาย​คิด​ลมๆ แล้งๆ?

2บรร‌ดา​กษัตริย์​แห่ง​แผ่น‍ดิน​โลก​ตั้ง​ตน‍เอง​ขึ้น

และ​นัก‍ปก‍ครอง​ปรึก‌ษา​กัน

ต่อ‍สู้​พระ‍ยาห์‌เวห์​กับ​ผู้‍รับ‍การ‍เจิม​ของ​พระ‍องค์ กล่าว​ว่า

3“ให้​เรา​หัก​โซ่​ตรวน

และ​สลัด​เครื่อง‍จำ‍จอง​ของ​เขา​ให้​พ้น​จาก​เรา​เถิด”

4พระ‍องค์​ผู้​ประ‌ทับ​ใน​สวรรค์​ทรง​พระ‍สรวล

องค์‍เจ้า‍นาย​ทรง​เย้ย‍หยัน​เขา​เหล่า‍นั้น

5แล้ว​ตรัส​กับ​เขา‍ทั้ง‍หลาย​ด้วย​ความ​กริ้ว

และ​ด้วย​ความ​เดือด‍ดาล​ก็​ทรง​ทำ​ให้​เขา​หวาด‍กลัว ตรัส​ว่า

6“เรา​เอง​ได้​ตั้ง​กษัตริย์​ของ​เรา​ไว้​แล้ว

บน​ศิ‌โยน ภูเขา​บริ‌สุทธิ์​ของ​เรา” (สดุดี 2:1-6)

ช่างเป็นความเขลาของมนุษย์ – ไม่ว่าจะมีอำนาจแค่ไหน – ที่ตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับพระเจ้า และผู้ที่พระองค์ทรงเจิมไว้ องค์พระเยซูคริสต์ แผนการและการต่อต้านของพวกเขา ในที่สุดจะสูญเปล่า

เป็นบทสดุดีเดียวกับที่คริสตจักรยุคแรกนำมาใช้ เมื่อบรรดาคนที่ตกลงใจจะฆ่าพระเยซู วางแผนต่อต้านอัครทูตและการประกาศข่าวประเสริฐถึงพระคริสต์ผู้ทรงคืนพระชนม์ เปโตรและยอห์นถูกจับเข้าคุกหลังจากรักษาชายง่อยที่พระวิหาร (กิจการ 3 และ 4) หลังจากถูกปล่อยตัว เปโตรและยอห์นไปที่คริสตจักร ไปเล่าว่าเกิดอะไรขึ้น และนี่คืสิ่งที่คริสตจักรตอบสนอง:

23เมื่อ​ได้​รับ​การ​ปล่อย​ตัว​แล้ว​ท่าน​ทั้ง‍สอง​จึง​ไป​หา​พวก‍พ้อง เล่า​เรื่อง​ทั้ง‍หมด​ที่​พวก​หัว‍หน้า​ปุ‌โร‌หิต​และ​พวก​ผู้‍ใหญ่​พูด​กับ​พวก‍ท่าน 24เมื่อ​เขา‍ทั้ง‍หลาย​ฟัง​แล้ว​ก็​ร่วม‍ใจ​กัน​เปล่ง​เสียง​ทูล​พระ‍เจ้า​ว่า “ข้า‍แต่​องค์‍เจ้า‍นาย พระ‍องค์​ทรง​สร้าง​ฟ้า‍สวรรค์​และ​แผ่น‍ดิน​โลก ทะเล​และ​สรรพ‍สิ่ง​ที่​มี​อยู่​ใน​ที่​เหล่า‍นั้น 25พระ‍องค์​ตรัส​ไว้​โดย​พระ‍วิญ‌ญาณ‍บริ‌สุทธิ์ ด้วย​ปาก​ของ​ดาวิด​บรรพ‌บุรุษ​ของ​เรา ผู้​รับ‍ใช้​ของ​พระ‍องค์ ว่า

‘ทำไม​คน‍ต่าง‍ชาติ​จึง​หยิ่ง‍ยโส

และ​ชน‍ชาติ​ทั้ง‍หลาย​ปอง‍ร้าย​กัน​แต่​ไม่‍เป็น​ผล

26 บรร‌ดา​กษัตริย์​แห่ง​แผ่น‍ดิน​โลก​ตั้ง‍ตัว​ขึ้น

และ​นัก‍ปก‍ครอง​ชุม‌นุม​กัน

ต่อ‍สู้​พระ‍เจ้า​และ​ผู้‍รับ‍การ‍เจิม‍ตั้ง ของ​พระ‍องค์’

27ความ​จริง​ใน​เมือง​นี้ ทั้ง​เฮ‌โรด และ​ปอน‌ทิ‌อัส​ปี‌ลาตกับ​พวก​ต่าง‍ชาติ​และ​ชน‍ชาติ​อิสรา‌เอล ร่วม​ชุม‌นุม​กัน​ต่อ‍สู้​พระ‍เยซู​ผู้‍รับ‍ใช้​บริ‌สุทธิ์​ของ​พระ‍องค์​ซึ่ง​ทรง​เจิม​ไว้​แล้ว 28พวก‍เขา​ทำ​สิ่ง​สาร‌พัด​ตาม​ที่​พระ‍หัตถ์​และ​พระ‍ดำ‌ริ​ของ​พระ‍องค์​ทรง​กำ‌หนด​ไว้​ล่วง‍หน้า 29บัด‍นี้ พระ‍องค์​เจ้า‍ข้า ขอ​ทอด‍พระ‍เนตร​การ​ข่ม‍ขู่​ของ​พวก‍เขา และ​ทรง​ให้​บรร‌ดา​ผู้‍รับ‍ใช้​ของ​พระ‍องค์​กล่าว​ถ้อย‍คำ​ของ​พระ‍องค์​ด้วย​ใจ‍กล้า 30ใน​เวลา​ที่​พระ‍องค์​ยื่น​พระ‍หัตถ์​ของ​พระ‍องค์​ออก​รักษา​โรค และ​โปรด​ให้​หมาย‍สำคัญ​กับ​การ​อัศ‌จรรย์​เกิด‍ขึ้น โดย​พระ‍นาม​ของ​พระ‍เยซู​ผู้‍รับ‍ใช้​บริ‌สุทธิ์​ของ​พระ‍องค์” 31เมื่อ​เขา‍ทั้ง‍หลาย​อธิษ‌ฐาน​แล้ว ที่​ซึ่ง​พวก‍เขา​ประ‌ชุม​อยู่​นั้น​ก็​หวั่น‍ไหว แล้ว​พวก‍เขา​เต็ม​เปี่ยม​ด้วย​พระ‍วิญ‌ญาณ‍บริ‌สุทธิ์​และ​กล่าว​พระ‍วจนะ​ของ​พระ‍เจ้า​ด้วย​ใจ‍กล้า‍หาญ  (กิจการ 4:23-31)

นับเป็นความปลื้มปิติของคริสเตียนที่ตระหนักว่าพวกเขากำลังรับใช้พระเจ้าผู้ทรงอำนาจอธิปไตย ผู้ครอบครองจักรวาล ผู้สร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก ปล่อยให้ผู้มีกำลังทั้งหลายในโลกนี้ตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับพระองค์ วันหนึ่งพวกเขาจะได้รู้ อย่างที่ อ เปาโลผ่านมาแล้ว “การ​ที่​เจ้า​ถีบ​ประ‌ตัก​ก็​เจ็บ​ตัว​เจ้า​เอง” (กิจการ 26:14) พวกเขาจะเรียนรู้…

10เพื่อ​ที่​ว่า​เพราะ​พระ‍นาม​ของ​พระ‍เยซู​นั้น ทุก​ชีวิต​ใน​สวรรค์ บน​แผ่น‍ดิน​โลก และ​ใต้​พื้น​แผ่น‍ดิน​โลก จะ​คุก‍เข่า​ลง​กราบ​พระ‍องค์ 11และ​เพื่อ​ที่​ว่า​ทุก​ลิ้น​จะ​ยอม‍รับ​ว่า​พระ‍เยซู‍คริสต์​ทรง​เป็น​องค์‍พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า เป็น​การ​ถวาย​พระ‍เกียรติ​แด่​พระ‍เจ้า​พระ‍บิดา (ฟีลิปปี 2:10-11)

แม้แต่เนบูคัดเนสซาร์ที่ทั้งยิ่งใหญ่ และมีอำนาจ ยังต้องก้มลงกราบนมัสการจำเพาะพระพักตร์พระเจ้าผู้ครอบครอง ยอมรับในอำนาจการครอบครองของพระองค์:

34เมื่อ​สิ้น‍สุด​วาระ​นั้น​แล้ว ตัว​เรา​เน‌บู‌คัด‌เนส‌ซาร์​ก็​แหงน​หน้า​ดู​ฟ้า‍สวรรค์ และ​จิต‍ใจ​ของ​เรา​ก็​กลับ‍คืน​เป็น​ปกติ และ​เรา​ก็​ร้อง‍สาธุการ​แด่​พระ‍ผู้‍สูง‍สุด​นั้น

และ​สรร‌เสริญ​ถวาย​พระ‍เกียรติ​แด่​พระ‍องค์​ผู้​ดำรง​อยู่​เป็น​นิตย์

เพราะ​การ​ปก‍ครอง​ของ​พระ‍องค์​เป็น​การ​ปก‍ครอง​นิ‌รันดร์

และ​ราช‌อาณา‌จักร​ของ​พระ‍องค์​ดำรง​อยู่​ทุก​ชั่ว‍อายุ

35สำหรับ​พระ‍องค์ ชาว​พิภพ​ทั้ง‍สิ้น​นับ‍ว่า​ไร้‍ค่า

พระ‍องค์​ทรง​ทำ​ตาม​ชอบ‍พระ‍ทัย​ท่าม‍กลาง​กอง‍ทัพ​แห่ง​สวรรค์

และ​ท่าม‍กลาง​ชาว​พิภพ​ด้วย

ไม่‍มี​ผู้​ใด​ยับ‍ยั้ง​พระ‍หัตถ์​ของ​พระ‍องค์​ได้

หรือ​ทูล​ถาม​พระ‍องค์​ได้​ว่า “ทำไม​จึง​ทรง​ทำ​เช่น‍นี้?” (ดาเนียล 4:34-35)

มัทธิวเริ่มต้นพระวจนะตอนนี้โดยปูให้เห็นคำพยากรณ์ของพระเยซูที่เกี่ยวกับการสิ้นพระชนม์ระหว่างเทศกาลปัสกา ซึ่งค้านกับแผนของพวกผู้นำชาวยิวที่ต้องการจับกุมพระองค์อย่างลับๆ และนำไปฆ่าโดยไม่ให้ใครรู้หลังเทศกาลปัสกา แต่พระเยซูทรงมีชัย อย่างที่พระองค์ทรงเป็นตลอดไป

มัทธิวบันทึกเรื่องราวโดยไม่มีจุดประให้เชื่อมโยงได้ทุกจุด ตอนแรก เราอาจคิดว่าเหตุการณ์ต่างๆเป็นเรื่องราวน่าสนใจหลายเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่นำมารวบรวมไว้ด้วยกัน แต่เมื่อมาพิจารณาดู หลังการสิ้นพระชนม์และคืนพระชนม์ของพระองค์ และในมุมของพระกิตติคุณเล่มอื่นๆ เราจึงเรียนรู้ว่าเหตุการณ์ต่างๆที่เหมือนเกิดขึ้นโดยบังเอิญ ต่างก็เป็นส่วนในแผนการอันมหัศจรรย์ของพระองค์

เรื่องราวชีวิตของเรายังไม่จบสมบูรณ์ ทำให้เราอาจมองและคิดว่าเหตุการณ์ต่างๆแต่ละบทแต่ละตอนในชีวิตเป็นเรื่องบังเอิญ เป็นไปตามบุญตามกรรม บางเหตุการณ์ดูไม่สอดคล้องกับพระประสงค์ของพระเจ้าในชีวิต จุดประ ดูไม่เชื่อมโยงกัน แต่ผมขอให้คุณมั่นใจ จะมีวันหนึ่งเมื่อเรา (ผู้เชื่อแท้ในองค์พระเยซูคริสต์) จะเห็นว่าหนังสือโรม 8:28 นั้นเป็นความจริง และจุดประเหล่านั้น เชื่อมโยงกันหมด เราจะได้เห็นว่าพระเจ้าทรงปูเหตุการณ์ต่างๆในชีวิตให้เราอย่างใส่พระทัยและรอบคอบ เพื่อนำเราให้เข้าใกล้พระองค์ ชำระเราให้บริสุทธิ์เพื่อพระองค์ นี่คือสิ่งที่โยเซฟได้เห็นในที่สุด แม้ต้องผ่านประสบการณ์ความทุกข์ยากมากมาย (ดูปฐมกาล 41:50-52, 50:20) ผมเชื่อว่านี่คือสิ่งที่ผู้เชื่อทุกคนจะได้เห็น

ในพระวจนะตอนนี้ มัทธิวไม่อนุญาตให้ยูดาสโดดเด่น แต่เป็นองค์พระเยซูคริสต์และสตรีอีกคนหนึ่ง (ในตอนนี้) ผู้เลือกทำสิ่งที่ถูกต้อง เธอให้คุณค่าสูงสุดแด่พระเยซู  เพราะพระองค์คู่ควรแก่การนมัสการด้วยสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิต เธอเทสิ่งนั้นลงเพื่อพระองค์ แต่ยูดาส (สาวกที่เขลาที่สุด) มองว่าการชโลมพระศพด้วยน้ำมันราคาแพงเป็นการเสียของไปเปล่าๆ ทำให้มีคำถาม ทำไมเราถึงเก็บของดีที่สุดไว้ และคิดว่าน่าจะนำไปใช้ในทางอื่นที่ดีกว่ามาถวายพระเยซู? อย่าให้เราเป็นเหมือนยูดาสในเรื่องนี้  คิดแต่จะตักตวงจากพระองค์ และเก็บสิ่งดีที่สุดไว้กับตัวเอง

ขอพูดถึงอีกเรื่องที่อาจนำพระวจนะตอนนี้มาใช้ได้ เราอยู่ในยุคที่คริสเตียนมุ่งมั่นในงานรับใช้ โดยเฉพาะสุภาพสตรี มีการเรียกร้องให้สตรีมีตำแหน่งและบทบาทเท่าเทียมกับผู้ชาย พวกเธออาจรู้สึกว่าถูกโกง หรือถูกเอาเปรียบโดย “ข้อจำกัด” ของพระเจ้าในเรื่องบทบาทผู้นำ (เช่นใน 1ทิโมธี 2:9-15, 1โครินธ์ 11:2-16, 14:33ข-38) พระวจนะตอนนี้ เราอยากเป็นใคร?  หนึ่งในสาวก หรือมารีย์ ที่ได้นมัสการที่พระบาทพระเยซู? เธอผู้มีความเข้าใจในพระดำรัส และการสิ้นพระชนม์ของพระองค์อย่างลึกซึ้ง ใครจะปลื้มปิติไปกว่าเธอที่ได้ใกล้ชิดองค์พระผู้ช่วยให้รอด?  เป็นผู้นำไม่ได้ทำให้ใครมีจิตวิญญาณสูงส่งกว่า หรือมีโอกาสได้ใกล้ชิดพระเจ้ามากกว่า ถ้าเป้าหมายของเราคือปรารถนาจะรู้จักพระคริสต์ และปิติยินดีในพระองค์ ขอให้เรารีบเข้าไปใกล้ที่พระบาท อย่ามัวแต่ใส่ใจว่าใครจะได้เป็นใหญ่กว่าใคร

ท้ายที่สุด พระวจนะตอนนี้ได้ให้แบบอย่างที่ดีเลิศไว้ ทั้งความเป็นหนึ่งเดียวกัน และการดลใจของพระวจนะ พระคัมภีร์เป็นหนังสือที่ได้รับการดลใจจากพระเจ้า ไม่ใช่เป็นการนำเรื่องราว หรือข้อเขียนต่างๆมารวมไว้ด้วยกัน เราไม่อาจอ่านตอนใดตอนหนึ่งหรือแยกบางเล่มออกไปจากกันได้ เราต้องอ่านพระคัมภีร์ให้เป็นหนังสือที่มีเรื่องราวและภาพรวมเดียว นี่คือเหตุผลที่มัทธิวละบางเรื่องไว้ หรือไม่ได้ให้รายละเอียดทั้งหมด แต่รายละเอียดที่จำเป็นมีอยู่ครบถ้วน ไม่จำเป็นต้องอยู่ในเล่มหนึ่งเล่มใดเท่านั้น เป็นเพราะความช่วยเหลือของมาระโก ลูกา และยอห์น  ทำให้เราได้ภาพรวมครบถ้วน เรื่องพระชนม์ชีพ และการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู เป็นความสุขใจอย่างล้นเหลือที่ได้ศึกษาพระวจนะของพระเจ้า ที่มีทั้งสิทธิอำนาจและการทรงเปิดเผยที่เพียงพอจากพระองค์

 

———————————————————————————————————————————

296 ลิขสิทธิ 2005 โดย Community Bible Chapel, 418 E. Main Street, Richardson, TX 75081.  ดัดแปลงจากต้นฉบับของบทเรียนที่ 78 ในบทเรียนต่อเนื่องของพระกิตติคุณมัทธิว  จัดเตรียมโดย ศบ โรเบิร์ต แอลเดฟฟินบาว  พฤษภาคม 29, 2005 ทุกท่านสามารถนำบทเรียนนี้ไปใช้เพื่อการศึกษาได้เท่านั้น  ทางคริสตจักร Community Bible Chapel เชื่อว่าเนื้อหาในบทเรียนนี้ถูกต้องตรงตามหลักการสอนพระคัมภีร์ใช้เพื่อช่วย ในการศึกษาพระวจนะของพระเจ้า บทเรียนนี้เป็นพันธกิจ และเป็นลิขสิทธิของ   Community Bible Chapel

297 นอกจากที่กล่าวไปแล้ว พระวจนะที่นำมาอ้างอิงทั้งหมดมาจาก NET Bible (The NEW ENGLISH TRANSLATION) เป็น ฉบับแปลใหม่ทั้งหมดไม่ใช่นำฉบับเก่าในภาษาอังกฤษมาเรียบเรียงใหม่ใช้ผู้ เชี่ยวชาญและนักวิชาการพระคัมภีร์มากกว่า ยี่สิบคน รวบรวมข้อมูลทั้งจากภาษาฮีบรูโดยตรง ภาษาอาราเมข และภาษากรีกโครงการแปลนี้เริ่มมาจากที่เราต้องการนำ พระคัมภีร์เผยแพร่ผ่านสื่ออีเลคโทรนิค เพื่อรองรับการใช้งานทางอินเตอร์เน็ท และซีดี (compact disk) ที่ใดก็ตามในโลก ที่ต่อเข้าอินเตอร์เน็ทได้ ก็สามารถเรียกดูและพริ้นทข้อมูลไว้เพื่อใช้ศึกษาเป็นการส่วนตัวได้โดยไม่คิด มูลค่านอกจากนี้ ผู้ใดก็ตามที่ต้องการนำข้อมูลเกี่ยวกับพระคัมภีร์ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่คิดเงิน สามารถทำได้จากเว็บไซท์ :www.netbible.org.:

298 ตามที่มัทธิวบันทึก ดูเหมือนมารีย์ชโลมที่พระเศียรของพระเยซู  ในพระกิตติคุณยอห์น บันทึกว่ามารีย์ชโลมที่พระบาท ผมไม่เห็นว่าขัดแย้งกัน  เพราะพระเศียรและพระบาทเป็นส่วนที่เห็นได้ เธอชโลมพระเศียรถึงพระบาท พูดอีกอย่างคือชโลมทั้งพระกาย ตามที่เหมาะสม มัทธิวเน้นในมุมมองการชโลม ยอห์นในอีกแง่มุม ทั้งสองเอื้อรายละเอียดซึ่งกันและกัน โดยไม่ขัดแย้งกัน สังเกตุในมัทธิว 26:12 พระเยซูตรัสว่ามารีย์เทน้ำมันหอม “บนกายเรา

299 เตือนให้ผมนึกถึงพระดำรัสในลูกา 16:10:  “คน​ที่​ซื่อ‍สัตย์​ใน​ของ​เล็ก‍น้อย​จะ​ซื่อ‍สัตย์​ใน​ของ​มาก​ด้วย และ​คน​ที่​ไม่​ซื่อ‍สัตย์​ใน​ของ​เล็ก‍น้อย จะ​ไม่​ซื่อ‍สัตย์​ใน​ของ​มาก​เช่น‍กัน” ยูดาสไม่ซื่อสัตย์ ในเงิน “เล็กน้อย” และแน่นอนไม่ซื่อสัตย์ในเรื่องที่ใหญ่และสำคัญกว่าด้วย

300 มีบางคนโต้แย้งว่าหญิงคนนี้ไม่รู้ว่าพระเยซูกำลังจะสิ้นพระชนม์  เธอไม่ได้ตั้งใจมาเตรียมการฝังพระศพโดยการนมัสการ ผมมีความเชื่อว่าเธอรู้ พระเยซูกำลังเดินหน้าสู่ความตาย เธอจึงทำอย่างมีสติ และตั้งใจเพื่อเตรียมพระศพของพระองค์ล่วงหน้า

301แต่เขาก็ประเมินค่าของน้ำมันหอมนั้น

302 ผมสงสัยว่าถ้าพระเยซูถูกจับกุมในตอนนี้ พวกเขาจะขังพระองค์ไว้จนหลังงานฉลองแล้วค่อยนำไปฆ่าอย่างลับๆ

303  จาก New American Standard Bible. Copyright © 1973 by the Lockman Foundation, La Habra, California. All rights reserved.